English Grammar เรียนรู้ Noun (คำนาม) ฉบับเข้าใจง่าย

Noun หรือ คำนาม ถือว่าเป็นพื้นฐานภาษาอังกฤษ หรือ Grammar ที่เราทุกคนต้องเรียนรู้ ถ้าใครที่เข้าใจการใช้ Noun อย่างถูกต้องจะทำให้เราเรียนรู้การเขียนและการออกเสียงอย่างมืออาชีพ เราไปดูกัน ว่า Noun แต่ละประเภทมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

 

Noun - คำนาม (people / things / ideas / thoughts)

คำนาม คือ คำที่ใช้เรียกชื่อคน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ หรือความคิด โดยจะทำหน้าที่เป็นประธาน (Subject) หรือ กรรม (Objective) ในประโยค

 

ประเภทของคำนาม แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้

Common Noun

หมายถึง คำนามที่เราใช้เรียกสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัว เช่น girl, city, room, food, dog, man, woman, father, son, king, teacher, doctor, student, car, pen, table, telephone, window เป็นต้น

 

Proper Noun

หมายถึง คำนามที่เป็นชื่อเฉพาะของ คน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ ยกตัวอย่างเช่น แม่น้ำ ภูเขา เมือง ประเทศ ชื่อบริษัท ชื่อร้าน วัน เดือน ภาษา และเชื้อชาติ

Proper Noun เป็นคำที่ประเภทที่ต้องขึ้นต้นด้วยพยัญชนะตัวใหญ่ (Capital letter) ไม่ว่าจะอยู่ต้นประโยคหรือท้ายประโยคก็จะต้องเขียนขึ้นต้นด้วยพยัญชนะตัวใหญ่เสมอ เช่น

Mr. Somchai (นายสมชาย)

Thailand (ประเทศไทย)

The Alps (เทือกเขาแอลป์)

November (เดือนพฤศจิกายน)

Bangkok (กรุงเทพมหานคร) 

 

Collective Noun

หมายถึง คำนามที่รวมสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นประเภทเดียวกันไว้ด้วยกัน โดยใช้เหมือนนามนับไม่ได้ เช่น

Family (ครอบครัว)

Team (ทีม)

Class (ชั้นเรียน)

Information (ข้อมูลข่าวสาร)

Scenery (ภูมิประเทศ)

News (ข่าว)

Poetry (บทกวี)

Pottery (เครื่องปั้นดินเผา)

 

Abstract Noun

หมายถึง คำนามที่เป็นนามธรรม มักจะขึ้นต้นด้วยคำว่า การ… หรือ ความ… เช่น

Organization (จัดการ)

Life (ชีวิต)

Development (การพัฒนา)

Education (การศึกษา)

Knowledge (ความรู้)

Beauty (ความงาม)

Happiness (ความสุข)

shutterstock_1651132708

คำนามจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ดังนี้

Countable Noun (นามนับได้)

หมายถึง คำนามที่เป็นรูปธรรมทั้งหลาย เช่น

seven oranges (ส้มเจ็ดผล)

six flowers (ดอกไม้หกดอก)

 

Uncountable Noun (นามนับไม่ได้)

หมายถึง คำนามที่เป็นนามธรรมที่นับไม่ได้ เช่น

religion (ศาสนา)

democracy (ประชาธิปไตย)


shutterstock_456245677

Singular/Plural (เอกพจน์/พหูพจน์)

การเขียนให้คำนามนับได้เป็นพหูพจน์ เราจะสังเกตได้บ่อยที่สุด คือ การเติม s หลังนามนับได้ที่เป็นเอกพจน์ เช่น bags, cats, girls, trees เป็นต้น

วิธีการทำให้คำนามเป็นพหูพจน์ (Plural) ไม่ใช่เพียงแค่เติม s อย่างเดียวเท่านั้น ยังมีคำนามอีกหลายประเภทที่ต้องทำให้เป็นพหูพจน์ด้วย ดูวิธีการได้ดังต่อไปนี้

 

คำนามที่ลงท้ายด้วย s z ch sh หรือ x ให้เติม es

ตัวอย่างเช่น

Taxes

Classes

Buses

kisses

 

คำนามที่ลงท้ายด้วย ch ให้ออกเสียงเป็น ( k ) ให้เติมเพียงแค่ s เท่านั้น

ตัวอย่างเช่น

Monarchs

Stomachs

 

คำนามที่ลงท้านด้วย o และหน้า o เป็นพยัญชนะให้เติม es

ตัวอย่างเช่น Heroes, Mangoes

 

ในกรณีที่หน้า o เป็นสระ ให้เติม s หลัง o

ตัวอย่างเช่น Studios, Radios, Bamboos

 

คำนามที่ลงท้ายด้วย y และหน้า y เป็นพยัญชนะให้เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม es

ตัวอย่างเช่น

country - countries

Lady - ladies

baby – babies

copy – copies

 

ในกรณีที่หน้า y เป็นสระให้เติม s หลัง y

ตัวอย่างเช่น

day - days

key - keys

toy – toys

boy – boys

การใช้ Noun อย่างถูกต้องจะเป็นก้าวแรกสู่การใช้ภาษาอังกฤษในทุก ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเขียน การอ่าน หรือการพูด เช่น ในการทำงานที่เราจำเป็นต้องเขียนจดหมายหรืออีเมลเป็นภาษาอังกฤษนอกจากจะรู้รูปแบบการเขียนแล้ว ยังต้องใช้ Noun ให้ถูกต้องด้วยเช่นกัน

ถ้าอยากรู้ทริคการเขียนจดหมายและอีเมลภาษาอังกฤษ เข้าไปอ่านต่อที่บทความ การเขียนอีเมลและจดหมายอย่างเป็นทางการ

Image result for digicup logo

Digicup LINE Connect

Line Digicup Connect
รับสิทธิพิเศษมากมาย แอดเลย

 

Recent Posts