---
title: 21 เทคนิค ใช้ Google Trends สร้างกลยุทธ์ให้การตลาดเนื้อหา
description: หลาย ๆ คนก็เคยใช้เครื่องมือนี้กันมาบ้างแล้ว เราจึงจะมาพูดถึงเทคนิคใช้ Google Trends ในการสร้างกลยุทธ์ของตลาดเนื้อหา พร้อมแนะนำคุณสมบัติที่ดีที่สุดในการใช้
---

[Digital Blog - Ourgreenfish ](https://blog.ourgreenfish.com)

# [21 เทคนิค ใช้ Google Trends สร้างกลยุทธ์ให้การตลาดเนื้อหา](https://blog.ourgreenfish.com/21-techniques-google-trends-to-content-marketing)

 เขียนโดย [สุพัตรา อัมรานนท์](https://blog.ourgreenfish.com/author/สุพัตรา-อัมรานนท์) - 24 ก.ย. 2020, 3:00:00

หากคุณเป็นอีกหนึ่งคน ที่ทำงานอยู่ในสาย Digital Marketing ต่างต้องหาวิธีที่จะพัฒนาประสิทธิภาพของตลาดเนื้อหาให้ดีขึ้นในทุก ๆ วัน ซึ่ง Google Trends ก็เป็นอีกเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมาก ๆ ที่จะพัฒนาและสร้างกลยุทธ์ให้กับการทำ Content Marketing และหลาย ๆ คนก็เคยใช้เครื่องมือนี้กันมาบ้างแล้ว บทความนี้ เราจึงจะมาพูดถึงเทคนิคใช้ Google Trends ในการสร้างกลยุทธ์ของตลาดเนื้อหา พร้อมแนะนำคุณสมบัติที่ดีที่สุดในการใช้ ซึ่งเทคนิคเหล่านั้นมีดังนี้

## **21 เทคนิค สร้างกลยุทธ์ด้วย Google Trends**

**Keyword Traffic**

****

Google Trends เป็นเครื่องมือที่เป็นของ Google ดังนั้น เครื่องมือนี้จึงเป็นเครื่องมือที่มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือ แต่ก็ไม่ได้คอนเฟิร์มว่าข้อมูลที่ได้รับจะแม่นยำขนาดนั้น เพราะคุณอาจจะไม่ได้เห็นถึงปริมาณผู้เข้าชมในจำนวนที่แท้จริงได้ แต่สามารถเห็นภาพเปรียบเทียบของคำแต่ละคำที่คุณค้นหา เพื่อให้เห็นได้ว่า Keyword ที่คุณจะใช้นั้น มีปริมาณการค้นหาของผู้คนน้อยหรือมากแค่ไหน

**Content Plan  
**คุณสามารถตรวจสอบข้อมูลของ Keyword ที่คุณใช้ได้ในระยะสั้นและระยะยาว ไม่ว่าจะเป็น 1 ปี 3 ปี หรือ 5 ปี ที่ผ่านมา เพื่อดูแนวโน้มในการเติบโตของคำคำนั้น และคุณต้องพยายามทำเนื้อหาของคุณให้ดีมากขึ้นกว่าเดิม แต่ถ้าหากคุณเห็นว่า Keyword ที่คุณจะใช้ นั้นมีผลลัพธ์ในการค้นหาน้อยและไม่ค่อยมีคนหา คุณจะได้หลีกเลี่ยงและไปใช้คำอื่นแทนได้

**Short View Insights  
**Short View เป็นฟีเจอร์ที่ดีมากสำหรับการตลาดเนื้อหา เนื่องจากเป็นการแสดงข้อมูลโดยละเอียดในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งข้อมูลที่ได้จะเป็นข้อมูลเชิงลึกและสามารถนำมาปรับใช้ได้ต่อกับแผนของคุณ เช่น ภายในระยะเวลา 30 หรือ 90 วัน คุณจะเห็นว่าวันไหนที่มีผู้ค้นหาหรือแชร์เนื้อหานั้น ๆ ของคุณ

**Publishing Schedule  
**Digital Marketing ในปัจจุบันนั้น ส่วนใหญ่มีการขับเคลื่อนด้วยข้อมูล และ Google Trends สามารถคาดคะเนวันที่สำหรับเผยแพร่ข้อมูลเนื้อหาของคุณและจัดระเบียบข้อมูลที่มีได้ สามารถเข้าถึงข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่าวันใดมีการมีส่วนร่วมและได้รับความสนใจมากที่สุด และควรจะเผยแพร่เนื้อหาของคุณในช่วงเวลาใด ซึ่งตรงนี้แหละที่จะช่วยให้คุณสามารถเตรียมตัวและวางแผนเพื่อให้เนื้อหาของคุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด

**Keyword Categories  
**การจัดกลุ่ม Keyword เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่คุณควรเรียนรู้วิธีในการใช้ สามารถเลือกหมวดหมู่ของคำได้ก่อนที่จะนำไปวิเคราะห์ เพราะคุณจำเป็นต้องรวบรวมข้อมูลก่อนเพื่อประกอบการตัดสินใจ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้การจัดหมวดหมู่มีความสำคัญ

**Geography Data  
**การทำ Local SEO จำเป็นต้องใช้ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเนื้อหาและการเผยแพร่ คุณจะได้เห็นว่าแต่ละพื้นที่นั้น มีเรื่องอะไรที่กำลังได้รับความนิยมหรือเรื่องอะไรที่ผู้คนกำลังค้นหาในช่วงเวลานั้น ๆ ยิ่งถ้าหากคุณทำคอนเทนต์ที่เจาะกลุ่มคนแต่ละพื้นที่ เทคนิคนี้จะช่วยให้คุณสามารถปรับเนื้อหาของคุณให้เข้ากับคนแต่ละพื้นที่นั้นได้

**Topic Clusters  
**ปกติแล้ว คุณจะคิดว่าหัวข้อหนึ่งต่อหนึ่งบทความ ทำให้เมื่อจบบทความนั้น เรื่องที่เขียนก็จะอยู่ได้แค่ในช่วงเวลาอันสั้น แต่ Topic Clusters ช่วยให้คุณสามารถตั้งหัวข้อขึ้นมาหนึ่งหัวข้อ และสามารถต่อยอดได้อีกหลาย ๆ บทความ

**Related Queries  
**ฟังก์ชันการค้นหาคำที่เกี่ยวข้องช่วยให้คุณสร้างกลุ่มคำหรือเปิดเผยสิ่งที่กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มของคุณ ช่วยให้คุณสร้างเนื้อหาหลาย ๆ บทความให้ครอบคลุมประเด็นเดียวกันได้

**Rising Queries  
**อีกหนึ่งวิธีในการค้นหาคำที่เกี่ยวข้องคือการตั้งค่าฟังก์ชันให้สูงขึ้น ซึ่งจะทำให้คุณสามารถเข้าถึงหัวข้อนั้นได้ก่อนที่จะได้รับความนิยมในตลาดและก่อนที่การแข่งขันจะสูงขึ้น เมื่อคุณใช้วิธีนี้ คุณจะได้รับข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณภาพและสามารถดึงดูดผู้ใช้งานใหม่ ๆ พร้อมทั้งเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีกว่าเดิม

**Synonyms  
**Content Writer ส่วนใหญ่มักใช้คำพ้องเพื่อสร้างบทความที่มีความน่าดึงดูด เพราะคำพ้องนั้นมีประโยชน์ต่อบทความนั้น ๆ เช่น การที่มีผู้เข้าชมเยอะมากขึ้น เป็นต้น ซึ่ง Google Trends สามารถค้นหาคำพ้องความหมายของ Keyword ที่คุณใช้ได้ 

**Seasonal Patterns  
**ผู้บริโภคมีรูปแบบในการใช้จ่ายซื้อของเปลี่ยนไปตามฤดูกาลหรือตามวันสำคัญต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้เป็นโอกาสที่การทำ Content Marketing ของคุณจะมีอิทธิพลต่อลูกค้า และการเป็นผู้ที่ทำการตลาดตามฤดูกาล ซึ่ง Google Trends จะช่วยให้คุณทราบถึงหัวข้อ, Keyword, หรือผลิตภัณฑ์ใดที่กำลังได้รับความนิยมในฤดูกาลนั้น จะได้ปรับรูปแบบข้อมูลให้ตามทันเทรนด์ฤดูกาลได้

**Social Media Hashtags**

****

การใช้แฮชแท็กช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงคนในวงกว้างและทำให้พวกเขาเหล่าน้นมีส่วนร่วมในแพลตฟอร์มนั้นของคุณได้ง่าย Google Trends ช่วยระบุแฮชแท็กโซเชียลมีเดียที่กำลังมาแรง ค้นหาหัวข้อที่กำลังได้รับความนิยม ค้นหาวิธีที่คุณจะสร้างสรรค์แฮชแท็กของคุณให้มีประสิทธิภาพขึ้นได้

**Real-time Data  
**เครื่องมือGoogle Trendsเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คุณตัดสินใจกับข้อมูลที่เกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ได้ เช่นเดียวกับ Google Analytics ที่ช่วยให้คุณสามารถติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลได้แบบเรียลไทม์เช่นกัน แต่เครื่องมือนี้จะเป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่องเทรนด์ซะส่วนใหญ๋ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบตรงที่คุณสามารถรู้เกี่ยวกับเทรนด์และความสนใจของลูกค้าในขณะนั้นได้เลยทันที และคุณจะสามารถสร้างเนื้อหาที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ในทันทีเช่นกัน

**Dips in Traffic  
**การทำ SEO ที่ดี ไม่ควรทำทิ้ง คุณควรจะตรวจสอบสิ่งที่คุณทำอยู่เป็นประจำ เพราะอาจมีช่วงหนึ่งที่การเข้าชมนั้นลดลง เครื่องมือนี้จะช่วยให้คุณรู้ได้ว่า ที่การเข้าชมลดลงหรือได้รับความนิยมลดลงนั้นมีสาเหตุมาจากอะไร เป็นเรื่องธรรมชาติหรือไม่ เพื่อให้คุณไปปรับปรุงให้ดีขึ้น

**Niche Finder  
**ดูแนวโน้มความนิยมและหาช่องทางที่ได้รับความนิยม ดูว่าช่วงเวลาที่ผ่านมา (ระยะเป็นปียิ่งดี) ว่ามีแนวโน้มของช่องทางต่าง ๆ เป็นอย่างไร คุณควรใช้ฟังก์ชันเปรียบเทียบแต่ละปี หากคุณต้องการที่จะทำการตลาดในหลายช่องทาง เพื่อดูช่องทางในการเติบโตที่ดีมากยิ่งขึ้น

**Content Freshness  
**เนื้อหาที่มีความใหม่ เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมในการเพิ่มผู้เข้าชม รวมถึงการนำเนื้อหาเก่ามาปรับปรุงใหม่ ลองหาหัวข้อใหม่ ๆ จากเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยม แต่ยังไงก็ตาม ก็ต้องปรับปรุงเนื้อหาให้สอดคล้องกับแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นด้วย

**Brand Awareness  
**ในปัจจุบันการทำ Brand Awareness มีความสำคัญมากกว่าเดิม ผู้บริโภคมักเลือกที่จะไม่ให้ความสนใจที่ผลิตภัณฑ์ แต่ไปสนใจในแบรนด์มากกว่า ดังนั้น คุณควรสำรวจแบรนด์ของคุณบน Google Trends ให้ดีว่าสถานการณ์ในตอนนั้นเป็นอย่างไรบนเครื่องมือนี้

**Competitor Monitoring  
**ในขณะที่คุณตรวจสอบแบรนด์ของคุณ คุณต้องอย่าลืมที่จะตรวจสอบคู่แข่งของคุณด้วย ว่าสิ่งที่คู่แข่งกำลังทำนั้นคืออะไร วิเคราะห์หัวข้อและเนื้อหาที่พวกเขาทำ เพื่อมาพัฒนาเนื้อหาที่ดีให้กับเว็บไซต์ของคุณ

**Youtube  
**วิดีโอกำลังกลายเป็นเนื้อหาที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปี 2020 คุณสามารถหาหัวข้อในการสร้างวิดีโอของคุณได้จากเครื่องมือนี้ โดยจะมีฟีเจอร์ที่เป็น Youtube Search และค้นหาหัวข้อสำหรับวิดีโอโดยเฉพาะ ให้เลือกใช้

**Ad Copy  
**Google Trends ช่วยให้คุณระบุ Keyword ที่กำลังเป็นที่นิยม โดยคุณไม่จำเป็นต้องใช้เฉพาะสำหรับการสร้างเนื้อหาแบบทั่ว ๆ ไป เท่านั้น แต่ยังสามารถใช้เพื่อเขียนข้อความโฆษณาที่ดีขึ้น หากคุณทำงานในงบประมาณที่จำกัด เครื่องมือนี้จะช่วยวางแผนงบประมาณ PPC ล่วงหน้า ซึ่งช่วยให้คุณประหยัดงบประมาณในส่วนนี้ลงไปได้  

**Inspiration  
**ข้อสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด คุณสามารถใช้เครื่องมือนี้ในการสร้างแรงบันดาลใจด้านเนื้อหา หากคุณกำลังคิดอะไรไม่ออกหรือกำลังตัน เครื่องมือนี้คือตัวช่วยที่ดีที่สุดของคุณ จะช่วยชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ แนวโน้มที่จะเติบโตในอนาคตให้คุณได้เลยทันที 

ตอนนี้คุณก็รู้แล้วว่า Google Trends สามารถสร้างกลยุทธ์ให้การตลาดเนื้อหาของคุณได้อย่างไรบ้าง ใช้เครื่องมือในการวางแผนพัฒนาและดำเนินการตลาดเนื้อหาของคุณให้ดีขึ้นและให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

 

ที่มา : [[1](http://growth-hackers.net/ways-using-google-trends-to-build-content-marketing-strategy/)]

[ดูโพสต์ฉบับเต็ม](https://blog.ourgreenfish.com/21-techniques-google-trends-to-content-marketing)

```json
{
  "@context" : "http://schema.org",
  "@type" : "BlogPosting",
  "author" : {
    "@type" : "Person",
    "name" : "สุพัตรา อัมรานนท์"
  },
  "dateModified" : "2020-09-24T03:00:00.458Z",
  "datePublished" : "2020-09-24T03:00:00Z",
  "headline" : "21 เทคนิค ใช้ Google Trends สร้างกลยุทธ์ให้การตลาดเนื้อหา",
  "image" : {
    "@type" : "ImageObject",
    "height" : 800,
    "url" : "https://blog.ourgreenfish.com/hubfs/article-OGF-Sep-2020-7.png",
    "width" : 1200
  },
  "mainEntityOfPage" : "https://blog.ourgreenfish.com/21-techniques-google-trends-to-content-marketing",
  "publisher" : {
    "@type" : "Organization",
    "logo" : {
      "@type" : "ImageObject",
      "height" : 60,
      "url" : "/hs/hsstatic/content_shared_assets/static-1.4092/img/default-amp-logo.png",
      "width" : 60
    },
    "name" : "Digital Blog"
  }
}
```