Master Blog - Ourgreenfish

8 เทมเพลต Pipeline HubSpot สำหรับ SME ไทยเริ่มใน 7 วัน

เขียนโดย OURGREENFISH TEAM - 10 มิ.ย. 2026, 10:30:00

SME ไทยจำนวนมากเริ่มใช้ CRM เพราะต้องการติดตามลูกค้าได้ดีขึ้น แต่กลับติดปัญหาเรื่องการตั้งค่า Pipeline ที่ไม่ตรงกับกระบวนการขายจริง Ourgreenfish ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน HubSpot CRM ในประเทศไทย ช่วยให้คุณเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจด้วยเทมเพลตที่ออกแบบมาสำหรับธุรกิจไทยโดยเฉพาะ

บทความนี้รวบรวม 8 เทมเพลต Sales Pipeline พร้อมขั้นตอนตั้งค่าที่ SME ไทย ร้านค้าออนไลน์ แบรนด์ใหม่ และธุรกิจ EV สามารถนำไปใช้ได้ทันที

8 เทมเพลต Pipeline HubSpot CRM สำหรับ SME ไทย

  1. Ourgreenfish Pipeline Templates: ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับ SME ไทยที่ต้องการเทมเพลตพร้อมใช้และการสนับสนุนภาษาไทย
  2. Basic Sales Pipeline: เทมเพลตพื้นฐานสำหรับร้านค้าที่เพิ่งเริ่มต้นใช้ CRM
  3. E-commerce Pipeline: ออกแบบมาสำหรับธุรกิจขายออนไลน์ที่ต้องการติดตามคำสั่งซื้อ
  4. Retail Store Pipeline: เหมาะสำหรับร้านค้าปลีกที่มีหน้าร้านและออนไลน์
  5. New Brand Pipeline: สำหรับแบรนด์ใหม่ที่ต้องการสร้างฐานลูกค้า
  6. EV Business Pipeline: ออกแบบเฉพาะสำหรับธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงาน
  7. Service Business Pipeline: สำหรับธุรกิจบริการที่ต้องการติดตามโปรเจกต์
  8. B2B Sales Pipeline: เหมาะสำหรับธุรกิจที่ขายให้กับองค์กร

วิธีการคัดเลือกเทมเพลต Pipeline ที่เหมาะกับ SME ไทย

การเลือกเทมเพลต Pipeline ที่ถูกต้องมีผลโดยตรงต่อความสำเร็จในการใช้ CRM ของคุณ เราพิจารณาจากปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานจริงของทีมขายและการตลาดในธุรกิจไทย

  • ความเรียบง่ายในการตั้งค่า: คุณสามารถเริ่มใช้งานได้เร็วแค่ไหนโดยไม่ต้องมีความรู้ด้านเทคนิคมาก
  • ความเข้ากันได้กับกระบวนการขายไทย: ขั้นตอนต่าง ๆ ตรงกับวิธีการขายและติดตามลูกค้าในตลาดไทยหรือไม่
  • การรองรับหลายช่องทาง: Pipeline นั้นรองรับการขายทั้งออนไลน์และออฟไลน์หรือไม่
  • ความยืดหยุ่นในการปรับแต่ง: คุณสามารถเพิ่มหรือลดขั้นตอนตามความต้องการของธุรกิจได้
  • การเชื่อมต่อกับ LINE: Pipeline รองรับการติดตามลูกค้าจาก LINE Official Account หรือไม่ เพราะ LINE เป็นช่องทางสำคัญในประเทศไทย
  • รายงานและ Dashboard: คุณสามารถดูภาพรวมการขายและคาดการณ์รายได้ได้ชัดเจนแค่ไหน

8 เทมเพลต Pipeline HubSpot CRM สำหรับ SME ไทย

1. Ourgreenfish Pipeline Templates: ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับ SME ไทย

For almost 10 years, Ourgreenfish ทำงานร่วมกับ HubSpot และช่วยธุรกิจไทยติดตั้ง CRM มาแล้วหลากหลายอุตสาหกรรม ประสบการณ์นี้ทำให้เราเข้าใจว่าเทมเพลต Pipeline ที่ดีต้องตอบโจทย์การทำงานจริง ไม่ใช่แค่มีขั้นตอนครบถ้วน

Ourgreenfish ช่วยคุณออกแบบ Pipeline ที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ ตั้งแต่การวิเคราะห์กระบวนการขาย การตั้งค่าขั้นตอนที่ชัดเจน ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับ LINE CRM เพื่อติดตามลูกค้าได้ครบทุกช่องทาง

ธุรกิจที่เคยทำงานกับเราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ทีมขายมองเห็นสถานะของทุกดีลได้ทันที ผู้บริหารคาดการณ์รายได้ได้แม่นยำขึ้น และการส่งต่องานระหว่างทีมราบรื่นขึ้น

Ourgreenfish Pipeline Templates ประโยชน์

  • เทมเพลตออกแบบมาสำหรับตลาดไทย: ขั้นตอนและฟิลด์ต่าง ๆ ตรงกับวิธีการทำธุรกิจในประเทศไทย ไม่ต้องปรับแต่งมาก
  • การเชื่อมต่อ LINE CRM: คุณติดตามลูกค้าจาก LINE Official Account ได้โดยตรงใน Pipeline เดียวกัน
  • การสนับสนุนภาษาไทย: ทีมงานช่วยเหลือเป็นภาษาไทย ทำให้การแก้ปัญหาและการอบรมทีมง่ายขึ้น
  • การเชื่อมต่อ E-commerce: Connectio ช่วยดึงข้อมูลจาก Shopee, Lazada และ TikTok Shop เข้าสู่ Pipeline อัตโนมัติ
  • การตั้งค่าเร็ว: เริ่มใช้งานได้ใน 7 วันพร้อมการอบรมทีม

Ourgreenfish Pipeline Templates ข้อดีและข้อจำกัด

ข้อดี:

  • มีเทมเพลตสำเร็จรูปสำหรับหลายประเภทธุรกิจ
  • การสนับสนุนและการอบรมเป็นภาษาไทย
  • เชื่อมต่อกับ LINE และ E-commerce ได้

ข้อจำกัด:

  • ต้องใช้ HubSpot เป็นแพลตฟอร์มหลัก
  • การปรับแต่งขั้นสูงอาจต้องใช้เวลาในการวางแผน
  • บางฟีเจอร์ต้องการ HubSpot Professional ขึ้นไป

2. Basic Sales Pipeline: สำหรับร้านค้าที่เพิ่งเริ่มต้น

Basic Sales Pipeline เหมาะสำหรับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มใช้ CRM และต้องการระบบที่ไม่ซับซ้อน เทมเพลตนี้มี 5 ขั้นตอนพื้นฐานที่ครอบคลุมกระบวนการขายทั่วไป ตั้งแต่การรับลีดใหม่จนถึงการปิดการขาย

ธุรกิจขนาดเล็กที่มีทีมขาย 1-3 คนสามารถเริ่มใช้งานได้เร็ว โดยไม่ต้องใช้เวลามากในการอบรม ขั้นตอนต่าง ๆ ชัดเจนและเข้าใจง่าย

Basic Sales Pipeline ฟีเจอร์

  • 5 ขั้นตอนมาตรฐาน: New, Contacted, Qualified, Proposal, Closed มีความน่าจะเป็นที่กำหนดไว้แล้ว
  • การตั้งค่าอัตโนมัติ: HubSpot สร้าง Pipeline นี้ให้โดยอัตโนมัติเมื่อเริ่มใช้งาน
  • รายงานพื้นฐาน: ดูจำนวนดีลและมูลค่ารวมในแต่ละขั้นตอนได้

Basic Sales Pipeline ข้อดีและข้อจำกัด

ข้อดี:

  • ใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องตั้งค่าเพิ่ม
  • เหมาะสำหรับทีมขนาดเล็กที่เพิ่งเริ่มต้น
  • ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการตั้งค่า

ข้อจำกัด:

  • ขั้นตอนอาจไม่ตรงกับกระบวนการขายเฉพาะของธุรกิจคุณ
  • ไม่รองรับการขายแบบซับซ้อนที่มีหลายขั้นตอน
  • การรายงานมีข้อจำกัดในเวอร์ชันฟรี

3. E-commerce Pipeline: สำหรับธุรกิจขายออนไลน์

E-commerce Pipeline ออกแบบมาสำหรับธุรกิจที่ขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้ง Shopee, Lazada และเว็บไซต์ของตัวเอง เทมเพลตนี้มีขั้นตอนที่รองรับการติดตามตั้งแต่คำสั่งซื้อจนถึงการจัดส่ง

ธุรกิจ E-commerce ที่มีคำสั่งซื้อจำนวนมากต้องการระบบที่ช่วยจัดการและติดตามสถานะได้ชัดเจน Pipeline นี้ช่วยให้ทีมมองเห็นภาพรวมของคำสั่งซื้อทั้งหมดได้ในที่เดียว

E-commerce Pipeline ฟีเจอร์

  • ขั้นตอนเฉพาะ E-commerce: Order Received, Payment Confirmed, Processing, Shipped, Delivered ครอบคลุมการจัดส่ง
  • การติดตามหลายช่องทาง: รวมคำสั่งซื้อจากทุกแพลตฟอร์มไว้ใน Pipeline เดียว
  • การแจ้งเตือนอัตโนมัติ: แจ้งเตือนเมื่อคำสั่งซื้อค้างนานเกินกำหนด

E-commerce Pipeline ข้อดีและข้อจำกัด

ข้อดี:

  • ออกแบบมาสำหรับการขายออนไลน์โดยเฉพาะ
  • รองรับการติดตามการจัดส่ง
  • เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม E-commerce ได้

ข้อจำกัด:

  • ต้องการการเชื่อมต่อเพิ่มเติมกับแพลตฟอร์มขาย
  • อาจไม่เหมาะกับธุรกิจที่มีหน้าร้านเป็นหลัก
  • การตั้งค่าต้องใช้เวลามากกว่า Basic Pipeline

4. Retail Store Pipeline: สำหรับร้านค้าปลีก

Retail Store Pipeline เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีทั้งหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ เทมเพลตนี้ช่วยติดตามลูกค้าตั้งแต่การเยี่ยมชมร้านจนถึงการซื้อซ้ำ

ร้านค้าปลีกที่ต้องการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าระยะยาวจะได้ประโยชน์จาก Pipeline ที่รองรับการติดตามทั้ง Walk-in และออนไลน์

Retail Store Pipeline ฟีเจอร์

  • ขั้นตอนสำหรับหน้าร้าน: Store Visit, Interested, Quote Sent, Purchase, Follow-up รองรับการขายแบบพบหน้า
  • การจัดการสมาชิก: ติดตามลูกค้าประจำและประวัติการซื้อ
  • การติดตามโปรโมชัน: ดูว่าลูกค้าตอบสนองต่อโปรโมชันอย่างไร

Retail Store Pipeline ข้อดีและข้อจำกัด

ข้อดี:

  • รองรับทั้งการขายหน้าร้านและออนไลน์
  • ช่วยสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าประจำ
  • เชื่อมต่อกับระบบสมาชิกได้

ข้อจำกัด:

  • ต้องการการอบรมพนักงานหน้าร้านให้ใช้ระบบ
  • การบันทึกข้อมูล Walk-in ต้องทำด้วยตนเอง
  • อาจต้องปรับแต่งขั้นตอนตามประเภทสินค้า

5. New Brand Pipeline: สำหรับแบรนด์ใหม่

New Brand Pipeline ออกแบบมาสำหรับแบรนด์ที่เพิ่งเริ่มต้นและต้องการสร้างฐานลูกค้า เทมเพลตนี้เน้นการติดตามลูกค้าตั้งแต่การรู้จักแบรนด์จนถึงการกลายเป็นลูกค้าประจำ

แบรนด์ใหม่มักต้องการ Pipeline ที่ช่วยติดตามทั้งการตลาดและการขายไปพร้อมกัน เพื่อเข้าใจว่าลูกค้ามาจากช่องทางไหนและอะไรที่ทำให้ตัดสินใจซื้อ

New Brand Pipeline ฟีเจอร์

  • ขั้นตอนครอบคลุม Customer Journey: Awareness, Interest, Consideration, Purchase, Loyalty ติดตามได้ตลอดเส้นทาง
  • การติดตามแหล่งที่มา: รู้ว่าลูกค้ามาจากช่องทางไหน
  • การวัดผลการตลาด: เชื่อมต่อกับแคมเปญการตลาดได้

New Brand Pipeline ข้อดีและข้อจำกัด

ข้อดี:

  • ครอบคลุมตั้งแต่การรู้จักแบรนด์จนถึงการซื้อ
  • ช่วยเข้าใจ Customer Journey ของลูกค้า
  • เหมาะสำหรับการวางแผนการตลาดระยะยาว

ข้อจำกัด:

  • ต้องการข้อมูลจากหลายช่องทาง
  • การวัดผลต้องรอระยะเวลาหนึ่งจึงจะเห็นภาพชัด
  • อาจซับซ้อนเกินไปสำหรับธุรกิจที่มีทีมเล็ก

6. EV Business Pipeline: สำหรับธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า

EV Business Pipeline ออกแบบมาสำหรับธุรกิจในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงาน ซึ่งมีวงจรการขายที่ยาวกว่าและต้องการการติดตามที่ละเอียด

ธุรกิจ EV มักต้องติดตามลูกค้าตั้งแต่การสอบถามข้อมูล การทดลองขับ การเสนอราคา ไปจนถึงการส่งมอบและการบริการหลังการขาย Pipeline นี้รองรับทุกขั้นตอน

EV Business Pipeline ฟีเจอร์

  • ขั้นตอนเฉพาะอุตสาหกรรม EV: Inquiry, Test Drive, Quotation, Finance Review, Contract, Delivery รองรับการขายรถยนต์
  • การติดตามการบริการ: เชื่อมต่อกับการบริการหลังการขาย
  • การจัดการเอกสาร: ติดตามสัญญาและเอกสารทางการเงิน

EV Business Pipeline ข้อดีและข้อจำกัด

ข้อดี:

  • ออกแบบมาสำหรับวงจรการขายที่ยาว
  • รองรับการติดตามเอกสารและการเงิน
  • เชื่อมต่อกับการบริการหลังการขายได้

ข้อจำกัด:

  • อาจซับซ้อนเกินไปสำหรับธุรกิจ EV ขนาดเล็ก
  • ต้องการการปรับแต่งตามกฎระเบียบท้องถิ่น
  • การตั้งค่าเริ่มต้นใช้เวลามากกว่าเทมเพลตทั่วไป

7. Service Business Pipeline: สำหรับธุรกิจบริการ

Service Business Pipeline เหมาะสำหรับธุรกิจที่ให้บริการ เช่น ที่ปรึกษา การออกแบบ หรือการติดตั้ง เทมเพลตนี้ช่วยติดตามตั้งแต่การสอบถามจนถึงการส่งมอบงาน

ธุรกิจบริการต้องการ Pipeline ที่ติดตามทั้งการขายและการส่งมอบงานไปพร้อมกัน เพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าได้รับบริการตามที่ตกลงไว้

Service Business Pipeline ฟีเจอร์

  • ขั้นตอนสำหรับบริการ: Inquiry, Consultation, Proposal, Contract, In Progress, Delivered ครอบคลุมการส่งมอบงาน
  • การติดตามโปรเจกต์: เชื่อมต่อดีลกับโปรเจกต์ที่กำลังดำเนินการ
  • การวัดความพึงพอใจ: เก็บ Feedback จากลูกค้าหลังส่งมอบ

Service Business Pipeline ข้อดีและข้อจำกัด

ข้อดี:

  • รองรับทั้งการขายและการส่งมอบงาน
  • ช่วยติดตามความคืบหน้าของโปรเจกต์
  • เก็บข้อมูล Feedback ได้

ข้อจำกัด:

  • ต้องการการประสานงานระหว่างทีมขายและทีมส่งมอบ
  • การติดตามโปรเจกต์ต้องอัปเดตสม่ำเสมอ
  • อาจต้องปรับแต่งตามประเภทบริการ

8. B2B Sales Pipeline: สำหรับธุรกิจขายให้องค์กร

B2B Sales Pipeline ออกแบบมาสำหรับธุรกิจที่ขายสินค้าหรือบริการให้กับองค์กรอื่น วงจรการขาย B2B มักยาวกว่าและมีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายคน Pipeline นี้รองรับความซับซ้อนเหล่านี้

การขาย B2B ต้องการการติดตามที่ละเอียด ตั้งแต่การระบุ Decision Maker การนำเสนอ การเจรจา ไปจนถึงการลงนามสัญญา

B2B Sales Pipeline ฟีเจอร์

  • ขั้นตอนสำหรับ B2B: Lead, Qualified, Discovery, Proposal, Negotiation, Contract, Closed ครอบคลุมการขายองค์กร
  • การจัดการผู้ติดต่อหลายคน: ติดตามผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนในดีล
  • การคาดการณ์รายได้: มีความน่าจะเป็นสำหรับแต่ละขั้นตอน

B2B Sales Pipeline ข้อดีและข้อจำกัด

ข้อดี:

  • รองรับวงจรการขายที่ยาวและซับซ้อน
  • ติดตามผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายคนได้
  • มีการคาดการณ์รายได้ที่แม่นยำ

ข้อจำกัด:

  • ต้องการการอัปเดตข้อมูลสม่ำเสมอ
  • อาจซับซ้อนเกินไปสำหรับการขายตรงให้ผู้บริโภค
  • ต้องการการอบรมทีมขายให้ใช้ขั้นตอนอย่างถูกต้อง

ตารางเปรียบเทียบ: เทมเพลต Pipeline HubSpot CRM สำหรับ SME ไทย

เทมเพลต การสนับสนุนภาษาไทย การเชื่อมต่อ LINE CRM เทมเพลตพร้อมใช้
Ourgreenfish
Basic Sales
E-commerce
Retail Store
New Brand
EV Business
Service Business
B2B Sales

ขั้นตอนการตั้งค่า Pipeline HubSpot CRM ใน 7 วัน มีอะไรบ้าง

การตั้งค่า Pipeline ใน 7 วันเป็นไปได้เมื่อคุณมีแผนที่ชัดเจน ต่อไปนี้คือขั้นตอนที่ Ourgreenfish แนะนำจากประสบการณ์การติดตั้งให้ธุรกิจไทยหลายแห่ง

วันที่ 1-2: วิเคราะห์กระบวนการขายปัจจุบัน

  • สัมภาษณ์ทีมขายเพื่อเข้าใจขั้นตอนการขายจริง
  • ระบุจุดที่ลูกค้ามักหลุดออกจากกระบวนการ
  • กำหนดข้อมูลที่ต้องเก็บในแต่ละขั้นตอน

วันที่ 3-4: ตั้งค่า Pipeline และ Properties

  • สร้าง Pipeline ตามเทมเพลตที่เลือก
  • ตั้งค่า Properties ที่จำเป็นสำหรับแต่ละขั้นตอน
  • กำหนดความน่าจะเป็นสำหรับการคาดการณ์รายได้

วันที่ 5-6: เชื่อมต่อและทดสอบ

  • เชื่อมต่อกับ LINE CRM หรือ E-commerce ถ้าต้องการ
  • ทดสอบการสร้างดีลและการย้ายขั้นตอน
  • ตั้งค่า Dashboard สำหรับผู้บริหาร

วันที่ 7: อบรมทีมและเริ่มใช้งาน

  • อบรมทีมขายให้ใช้ Pipeline อย่างถูกต้อง
  • ตั้งค่าการแจ้งเตือนสำหรับดีลที่ค้าง
  • เริ่มใช้งานจริงและติดตามผล

SME ไทยควรเลือกเทมเพลต Pipeline แบบไหน

การเลือกเทมเพลตที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจและกระบวนการขายของคุณ ต่อไปนี้คือคำแนะนำสำหรับธุรกิจแต่ละประเภท

ร้านค้าออนไลน์: เริ่มจาก E-commerce Pipeline หรือ Basic Sales Pipeline ถ้ามีคำสั่งซื้อไม่มาก

ร้านค้าที่มีหน้าร้าน: ใช้ Retail Store Pipeline เพื่อติดตามทั้งลูกค้าหน้าร้านและออนไลน์

แบรนด์ใหม่: New Brand Pipeline ช่วยติดตามลูกค้าตลอด Customer Journey

ธุรกิจ B2B: B2B Sales Pipeline รองรับวงจรการขายที่ยาวและซับซ้อน

ธุรกิจบริการ: Service Business Pipeline ติดตามทั้งการขายและการส่งมอบงาน

ทำไม Ourgreenfish จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการตั้งค่า Pipeline HubSpot

การตั้งค่า Pipeline ที่ถูกต้องตั้งแต่แรกทำให้การใช้ CRM ประสบความสำเร็จ Ourgreenfish ช่วยธุรกิจไทยหลายแห่งตั้งค่า HubSpot CRM ที่ตรงกับกระบวนการขายจริง ไม่ใช่แค่การติดตั้งซอฟต์แวร์

ประสบการณ์เกือบ 10 ปีในการทำงานร่วมกับ HubSpot ทำให้เราเข้าใจว่า CRM จะสร้างคุณค่าได้ก็ต่อเมื่อทีมใช้งานจริง Ourgreenfish ช่วยคุณออกแบบ Pipeline ที่ทีมอยากใช้ ไม่ใช่ Pipeline ที่ถูกบังคับให้ใช้

สำหรับ SME ไทยที่ต้องการเริ่มใช้ HubSpot CRM อย่างมีประสิทธิภาพ ติดต่อ Ourgreenfish เพื่อรับคำปรึกษาฟรีและเริ่มตั้งค่า Pipeline ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ

FAQs เกี่ยวกับ เทมเพลต Pipeline HubSpot สำหรับ SME ไทย

Pipeline ใน HubSpot CRM คืออะไร

Pipeline คือระบบที่แสดงขั้นตอนการขายเป็นภาพ ช่วยให้คุณเห็นว่าดีลแต่ละรายการอยู่ในขั้นตอนไหน ตั้งแต่ลีดใหม่จนถึงการปิดการขาย

Ourgreenfish ช่วยออกแบบ Pipeline ที่ตรงกับกระบวนการขายจริงของธุรกิจไทย ทำให้ทีมขายมองเห็นโอกาสและติดตามลูกค้าได้ครบถ้วน

SME ไทยควรใช้ Pipeline กี่แบบ

ธุรกิจส่วนใหญ่ควรเริ่มจาก Pipeline เดียวก่อน เพื่อให้ทีมคุ้นเคยกับระบบ เมื่อกระบวนการขายซับซ้อนขึ้น จึงค่อยเพิ่ม Pipeline ใหม่

ถ้าคุณมีสินค้าหรือบริการที่มีกระบวนการขายแตกต่างกันมาก การแยก Pipeline อาจเหมาะสมกว่า

ต้องใช้เวลานานแค่ไหนในการตั้งค่า Pipeline

การตั้งค่า Pipeline พื้นฐานทำได้ใน 1-2 วัน แต่การตั้งค่าที่สมบูรณ์พร้อมการเชื่อมต่อและการอบรมทีมใช้เวลาประมาณ 7 วัน

Ourgreenfish ช่วยให้การตั้งค่าเร็วขึ้นด้วยเทมเพลตที่ออกแบบมาสำหรับธุรกิจไทยโดยเฉพาะ

Pipeline ใน HubSpot ฟรีมีข้อจำกัดอะไรบ้าง

HubSpot ฟรีรองรับ 1 Pipeline ต่อ 1 ประเภท Object เท่านั้น ถ้าต้องการหลาย Pipeline หรือ Automation ขั้นสูง ต้องอัปเกรดเป็น Professional ขึ้นไป

สำหรับ SME ที่เพิ่งเริ่มต้น Pipeline เดียวก็เพียงพอสำหรับการเริ่มใช้งาน CRM

การเชื่อมต่อ Pipeline กับ LINE ทำอย่างไร

การเชื่อมต่อ HubSpot Pipeline กับ LINE ต้องใช้เครื่องมือเพิ่มเติมอย่าง LINE CRM โดย Ourgreenfish ซึ่งเชื่อมต่อข้อมูลลูกค้าจาก LINE Official Account เข้าสู่ HubSpot โดยตรง

เมื่อเชื่อมต่อแล้ว คุณสามารถติดตามลูกค้าจาก LINE ใน Pipeline เดียวกับช่องทางอื่น ๆ ได้

อ่านบทความเพิ่มเติม: อัปเดตล่าสุด : HubSpot Marketing+