---
title: Organic Reach บน Facebook ตายแล้ว? แล้วเราจะทำอย่างไรต่อดี
description: Organic Reach บน Facebook นับวันยิ่งจะมีคนเห็นน้อยลงเรื่อยๆ หลังจากที่ Mark Zuckerberg ได้ประกาศว่า เราจะเห็นโพสต์จากเพื่อนและครอบครัวเพิ่มมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันกลับลด Organic Reach จากเพจต่างๆ จากเ
---

[Digital Blog - Ourgreenfish ](https://blog.ourgreenfish.com)

# [Organic Reach บน Facebook ตายแล้ว? แล้วเราจะทำอย่างไรต่อดี](https://blog.ourgreenfish.com/2018/02/02/organic-reach-facebook)

 เขียนโดย [ธนาคาร เลิศสุดวิชัย](https://blog.ourgreenfish.com/author/ธนาคาร-เลิศสุดวิชัย) - 2 ก.พ. 2018, 4:17:25

Organic Reach บน Facebook นับวันยิ่งจะมีคนเห็นน้อยลงเรื่อยๆ หลังจากที่ [Mark Zuckerberg ได้ประกาศว่า เราจะเห็นโพสต์จากเพื่อนและครอบครัวเพิ่มมากขึ้น](https://digitalmarketingwow.com/2018/01/12/facebook-news-feed/) แต่ในขณะเดียวกันกลับ[ลด Organic Reach จากเพจต่างๆ จากเดิมอยู่ที่ 5% ลดลงเหลือเพียง 4% เท่านั้น](https://www.theverge.com/2018/1/29/16946904/facebook-local-news-news-feed-change) แล้วธุรกิจที่เปิดเพจบน Facebook จะทำอย่างไรต่อจากนี้กันดี และมีแนวโน้มอะไรที่จะเกิดขึ้นในอนาคต?

#### **จำนวน Like**** แทบจะไม่มีความหมาย**

<https://blog.ourgreenfish.com/hubfs/Imported_Blog_Media/organic-reach-%E0%B8%9A%E0%B8%99-facebook-001.jpg>

หลายเพจนี้นิยมใช้การ Promote Page เพื่อให้ได้ไลค์จำนวนมาก หรือที่เราเรียกกันภาษาบ้านๆ ว่าการซื้อไลค์ จำนวน Like ของเพจใดยิ่งมาก ก็นั่นหมายความว่า Organic Reach จะดีขึ้นด้วย ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คงจะจริง แต่ในปัจจุบันนั้น Organic Reach ลดลงเป็นอย่างมาก

ประโยชน์ของจำนวนไลค์เท่าที่เห็นในตอนนี้คือ ยิ่งมีคนกดไลค์จำนวนมากในระดับหนึ่ง จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ อยากได้ ถ้าคุณคิดจะโปรโมทเพจเพื่อซื้อไลค์ล่ะก็ ทางเราของแนะนำว่าให้ซื้ออย่างพอประมาณ ไม่จำเป็นจะต้องลงเงินไปกับส่วนนี้ให้มากนัก แต่ถ้าคุณมีเงินถุงเงินถังแล้วล่ะก็ โปรโมทเพจก็ไม่ใช่เรื่องที่เสียหายหรอกนะ

[**โฆษณา Facebook มีข้อดีอย่างไร และทำไมถึงต้องเป็น Facebook**](https://blog.ourgreenfish.com/2017/06/22/%E0%B9%82%E0%B8%86%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B8%B2-facebook)

#### **เราไม่ควรสร้างบ้านบนที่ดินของคนอื่น**

<https://blog.ourgreenfish.com/hubfs/Imported_Blog_Media/organic-reach-%E0%B8%9A%E0%B8%99-facebook-002.jpg>

แบรนด์เกิดใหม่ หรือ SMEs หลายเจ้ามักจะพึ่งพาช่องทางออนไลน์เพียงที่เดียว นั่นคือ Facebook เมื่อ Facebook ประกาศ ลด Organic Reach ลง เราก็แทบจะทำอะไรไม่ได้ การที่เราสร้างแบรนด์บน Social Media บอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องผิด แต่รากฐานของช่องทางออนไลน์ที่แท้จริงคือเว็บไซต์ต่างหาก เพราะเว็บไซต์เป็นของเราจริงแท้แน่นอน

เมื่อเรามีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง เราสามารถใช้เทคนิคอื่นๆ อย่าง Content Marketing ผสานเข้ากับการทำ SEO เพื่อดึง Organic Traffic มายังเว็บไซต์ได้ โดยใช้เครื่องมือวัดผลอย่าง [Google Analytics](https://digitalmarketingwow.com/2017/12/28/google-analytics-introduction/) เพื่อให้รู้ว่ามีคนเข้าเว็บไซต์เราจากที่ไหนมากที่สุด ใช้ Google Search Console ช่วยดูว่ามีคีย์เวิร์ดไหนที่น่าสนใจ เพื่อนำมาปรับและเลือกใช้คีย์เวิร์ดสำหรับทำ SEO และเรายังสามารถนำ Traffic ที่ได้จากการเข้าเว็บไซต์ นำไปทำเป็นโฆษณาในรูปแบบ Retargeting, Remarketing  ได้อีก

ให้ลองใช้ช่องทางอื่น ที่ทำให้เรามีตัวเลือกมากขึ้น เช่นเว็บไซต์ขายสินค้าอื่นๆ  Social Media ใหม่ๆ รวมไปถึงช่องทางออฟไลน์ ถึงแม้เราจะมีช่องทางออนไลน์อยู่ก็ตาม ช่องทางออฟไลน์จะช่วยอุดรอยรั่ว เติมเต็มความสมบูรณ์ของการขายได้เช่นกัน เช่นมีหน้าร้าน มีตัวแทนจำหน่าย ทำให้สินค้าและบริการของเราไปได้ไกลมากกว่าช่องทางออนไลน์อีกด้วย

#### **แนวโน้มราคาโฆษณาในอนาคตอาจสูงขึ้น**

<https://blog.ourgreenfish.com/hubfs/Imported_Blog_Media/organic-reach-%E0%B8%9A%E0%B8%99-facebook-004.jpg>

แน่นอนว่าเมื่อ Organic Reach ลดลง ก็เปรียบเสมือนบังคับให้เกิดการโปรโมท หรือสปอนเซอร์บน Facebook เพิ่มมากขึ้น เมื่อมีการโปรโมตเป็นจำนวนมาก ย่อมมีคู่แข่งโฆษณามาขึ้นด้วยเช่นกัน แต่หน้า News Feed มีจำนวนจำกัด จึงเป็นสาเหตุที่น่าจะทำให้ค่าโฆษณาสูงขึ้นในหลายแบบด้วยกัน

#### **Micro Influencers ****มาแน่**

<https://blog.ourgreenfish.com/hubfs/Imported_Blog_Media/organic-reach-%E0%B8%9A%E0%B8%99-facebook-003.jpg>

ในยุคปัจจุบัน คนเริ่มชาชินกับโฆษณาที่มาจากแบรนด์ดังๆ รวมไปถึง Influencers ที่มีคนตามหลักแสนหลักล้าน เริ่มที่จะรู้ทัน ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ อีกต่อไป จึงเป็นช่องทางของ Micro Influencers ที่มีคนติดตามหลักพันหรือหลักหมื่น อาจเป็นบุคคลธรรมดาทั่วไป คนที่ติดตามก็มักจะเป็นเพื่อน หรือเป็นคนที่รู้จักกัน ทำให้มีความน่าเชื่อถือสูง และหลายคนฟังเชื่อเชื่อ Micro Influencers มากกว่าแบรนด์

#### **Organic Reach ****บน Facebook ****ตายแล้ว จริงเหรอ?**

จะบอกว่ายังไม่ตาย แต่ก็หายใจรวยริน จนถึงขั้นประคองด้วยเครื่องช่วยหายใจก็อาจไม่ผิดนัก ดังนั้นแบรนด์ต่างๆ ควรเริ่มปรับตัวให้มากกว่าเดิม  และนี่คือบทสรุปที่ว่าควรทำอย่างไรต่อไป

- ต้องมีเว็บไซต์เป็นของตนเอง
- ลดการพึ่งพา Facebook ลองหาช่องทางอื่นๆ เช่นการทำ SEO หรือช่องทาง Social Media ใหม่ๆ
- ใช้ช่องทางออฟไลน์ เพื่อโปรโมตหรือขายสินค้าและบริการ

สามารถติดตามข่าวสารจาก [Ourgreenfish](https://ourgreenfish.com/) ได้ที่ [Facebook](https://www.facebook.com/ourgreenfish/) และ [Twitter](https://twitter.com/ogfonlinemedia)

ที่มาบางส่วนจาก [[1](https://www.brandbuffet.in.th/2017/06/micro-influencer-marketing-revu/)], [[2](http://www.toprankblog.com/2018/01/facebook-update-influencer-marketing/)]

[ดูโพสต์ฉบับเต็ม](https://blog.ourgreenfish.com/2018/02/02/organic-reach-facebook)

```json
{
  "@context" : "http://schema.org",
  "@type" : "BlogPosting",
  "author" : {
    "@type" : "Person",
    "name" : "ธนาคาร เลิศสุดวิชัย"
  },
  "dateModified" : "2018-08-27T06:41:02.171Z",
  "datePublished" : "2018-02-02T04:17:25Z",
  "headline" : "Organic Reach บน Facebook ตายแล้ว? แล้วเราจะทำอย่างไรต่อดี",
  "image" : {
    "@type" : "ImageObject",
    "height" : 667,
    "url" : "https://blog.ourgreenfish.com/hubfs/organic-reach-%E0%B8%9A%E0%B8%99-facebook-cover.jpg",
    "width" : 1000
  },
  "mainEntityOfPage" : "https://blog.ourgreenfish.com/2018/02/02/organic-reach-facebook",
  "publisher" : {
    "@type" : "Organization",
    "logo" : {
      "@type" : "ImageObject",
      "height" : 60,
      "url" : "/hs/hsstatic/content_shared_assets/static-1.4092/img/default-amp-logo.png",
      "width" : 60
    },
    "name" : "Digital Blog"
  }
}
```