<img src="//trc.taboola.com/1081267/log/3/unip?en=page_view" width="0" height="0" style="display:none">
 

Responsive Web Design ส่งผลดีต่อ SEO อย่างไร

การออกแบบเว็บไซต์หรือพัฒนาเว็บไซต์ในตอนนี้ นักพัฒนาเว็บไซต์จะคำนึงถึงแค่หน้าตาเว็บไซต์หรือแค่สร้างออกมาให้เสร็จตามความต้องการไม่ได้อีกแล้ว แต่ต้องคำนึงถึงการแสดงผลและการใช้งาน ให้รองรับการใช้งานได้ทุกอุปกรณ์ เพราะผู้ใช้งานไม่ได้เข้าใช้งานแค่จากช่องทางเดียว แต่สามารถเข้าได้ทั้งผ่านคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก อุปกรณ์พกพาต่าง ๆ ดังนั้น การทำ Responsive Web Design จึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญ ที่นักพัฒนาเว็บไซต์ ต้องใส่ใจและให้ความสำคัญกับงานในส่วนนี้มากขึ้น

Responsive Web Design คืออะไร?

responsive web design

Responsive Web Design คือ การออกแบบเว็บไซต์เพื่อให้ตอบสนองการใช้งานได้ในทุก ๆ แพลตฟอร์มและทุก ๆ อุปกรณ์ เพราะแต่ละอุปกรณ์นั้น มีขนาดและการแสดงผลที่แตกต่างกัน ยิ่งในปัจจุบัน การเข้าถึงเว็บไซต์ ส่วนใหญ่จะเป็นการเข้าถึงผ่านโทรศัพท์มือถือมากขึ้น การออกแบบก็ควรให้รองรับกับอุปกรณ์มือถือจึงเป็นสิ่งที่นักพัฒนาเว็บไซต์ให้ความสำคัญมากมาเป็นอันดับหนึ่ง สมมติว่า ถ้าคุณต้องการใช้งานเว็บไซต์นึงบนโทรศัพท์มือถือ แต่เว็บไซต์นั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาแบบ Responsive Web Design เว็บไซตที่เห็นบนโทรศัพท์อาจมีรูปร่างที่ผิดเพี้ยน Layout อาจเปลี่ยนไม่อยู่ตามทิศทางเหมือนเวลาใช้งานบนคอมพิวเตอร์ ส่งผลให้ผู้ใช้งานอาจไม่อยากใช้งานต่อได้

Google ให้ความสำคัญกับ Responsive Web Design

Responsive Web Design

เมื่อพูดถึงการใช้งานเว็บไซต์ของผู้ใช้งาน Google ก็ได้ให้ความสำคัญการใช้งานเว็บไซต์เป็นอย่างมากและได้นำการแสดงผลในทุกอุปกรณ์มาคิดคะแนนสำหรับการจัดอันดับในหน้าเว็บไซต์ ดังนั้น Responsive Web Design จึงมีผลอย่างมากต่อการจัดอันดับ SEO จะเห็นได้ว่า เว็บไซต์ส่วนใหญ่ที่ติดอยู่ในหน้าแรกของ Google มักเป็นเว็บไซต์ที่มีการออกแบบในรูปแบบนี้กันทั้งนั้น และ Google ก็ได้ปรับอัลกอริทึมใหม่ เพิ่ม Mobile-Friendly เข้ามาเป็นตัวจัดอันดับของ Mobile Search

MarTech Webinar

ออกแบบอย่างไร ให้ส่งผลดีต่อ SEO

Responsive Web Design

การใช้งานบนเว็บไซต์ตอบสนองได้ดี
คุณเคยคิดไหม? ว่าผู้ใช้งานจะอยากอยู่ในเว็บไซต์ของคุณนาน ๆ นั้น มีสาเหตุมาจากอะไร ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ที่เข้ามาแล้วออกไป อาจมีเหตุผลมาจากเว็บไซต์ของคุณนั้นมีหน้าเว็บไซต์ไม่สมบูรณ์ การใช้งานไม่ถูกใจผู้ใช้ สิ่งเหล่านี้ส่งผลลบต่อเวลาในการใช้งานเว็บไซต์ของผู้ใช้งานทั้งสิ้น และ Google ก็เลือกเวลาเข้ามาเป็นตัวกำหนดอันดับของ SEO ด้วยเช่นกัน แต่ถ้าหากเว็บไซต์ของคุณถูกออกแบบมาดี สามารถตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี ทำให้ผู้ใช้งานอยู่บนเว็บไซต์ได้นานยิ่งขึ้น จะส่งผลให้เว็บไซต์ของคุณได้คะแนนจากการจัดอันดับบนหน้า Google ได้ดีมากขึ้น

โหลดหน้าเว็บให้เร็วขึ้น
การดาวน์โหลดของหน้าเว็บไซต์ส่งผลต่อคะแนนการจัดอันดับ SEO ได้เหมือนกัน ยิ่งเว็บไซต์ที่โหลดหน้าเว็บได้เร็วมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งส่งผลดีต่ออันดับบนหน้า Google เว็บไซต์ที่โหลดหน้าเว็บได้เร็ว มักเป็นเว็บไซต์ที่ได้คุณภาพและมีประสิทธิภาพอย่างดี เว็บไซต์ที่ทำ Responsive Web Design มักเป็นเว็บไซต์ที่ถูกเคลมมาว่าเป็นเว็บไซต์ที่ดาวน์โหลดได้รวดเร็วกว่าเว็บไซต์ที่ไม่ได้ออกแบบมาในรูปแบบนี้

ดึงดูดผู้คนให้อยู่หน้าเว็บไซต์ เพื่อลด Bounce Rate
การเกิด Bounce Rate มาจากผู้ใช้งานเข้ามายังเว็บไซต์ เพียงเวลาไม่กี่วินาทีและออกไปจากเว็บไซต์ ซึ่ง Google จะดูจากการเข้าออกของผู้เยี่ยมชม เพื่อนำไปจัดอันดับเว็บไซต์ ถ้าเว็บไซต์ของคุณเกิด Bounce Rate สูง Google จะรู้ทันทีว่าเว็บไซต์นี้ไม่สามารถตอบโจทย์สิ่งที่ผู้ใช้งานต้องการและจุดนี้แหละ ที่ส่งผลต่ออันดับบนหน้า Google โดยตรง คุณอาจดึงดูดผู้ใช้งานตั้งแต่หน้าแรกหรือหน้า Landing Page ด้วยเนื้อหาและรูปภาพที่น่าสนใจ 

ใช้ Social Media เพิ่มผู้เข้าชมเว็บไซต์
หากคุณอ่านมาถึงตรงนี้ อาจจะสงสัยว่า Social Media มีผลต่อการจัดอันดับ SEO ด้วยเหรอ จริง ๆ แล้วไม่ได้มีผลมาก แต่จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณมีผู้เยี่ยมชมมากขึ้น แชร์เนื้อหาจากเว็บไซต์ของคุณไปยังโซเชียลมีเดียได้ง่ายมากขึ้น การที่มีผู้เยี่ยมชมมากขึ้น เว็บไซต์ของคุณได้รับความนิยม ทำให้ Google เข้าใจว่าเว็บไซต์ของคุณมีเนื้อหาที่ดี มีคุณภาพ แต่ถ้าเว็บไซต์ของคุณได้ทำ Responsive Web Design ซึ่งสามารถชมผ่านโทรศัพท์มือถือได้ จะยิ่งทำให้ผู้ชมอยากจะแชร์เรื่องราวเหล่านั้นไปยังโซเชียลมีเดียมากยิ่งขึ้น

 

รู้จัก Marketing Hub Website เว็ปไซต์สำหรับทำการตลาด Digital

Ourgreenfish LINE Connect

ติดตามสาระความรู้เกี่ยวกับ
Digital Marketing และเทคโนโลยีได้ที่ Ourgreenfish Connect

 

Recent Posts