Master Blog - Ourgreenfish

10 ตัวอย่างตั้งค่า HubSpot CRM ง่าย ๆ จบใน 1 วัน

เขียนโดย OURGREENFISH TEAM - 1 มิ.ย. 2026, 8:59:59

SME ไทยและแบรนด์หน้าใหม่หลายรายเริ่มมองหาระบบ CRM เพื่อจัดการข้อมูลลูกค้าและกระบวนการขาย แต่ปัญหาที่พบบ่อยคือไม่รู้จะเริ่มตั้งค่าอย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจ Ourgreenfish ซึ่งทำงานใกล้ชิดกับ HubSpot มาเกือบ 10 ปี ได้รวบรวม 10 ตัวอย่างการตั้งค่า HubSpot CRM แบบง่ายๆ ที่ทำได้จบภายใน 1 วัน

บทความนี้จะพาไปดูตัวอย่างการตั้งค่า Pipeline ฟิลด์ข้อมูลสำคัญ และงานติดตามที่ออกแบบมาสำหรับร้านค้า แบรนด์สินค้า และธุรกิจ B2B ขนาดเล็ก ทุกตัวอย่างมาจากประสบการณ์จริงในการ Implement HubSpot ให้ธุรกิจไทยหลากหลายอุตสาหกรรม

ทำไมการตั้งค่า CRM ที่ถูกต้องจึงสำคัญ

หลายธุรกิจเริ่มใช้ CRM เพราะต้องการติดตามยอดขายและจัดเก็บข้อมูลลูกค้า แต่ปัญหาคือข้อมูลมักกระจัดกระจายอยู่หลายที่ บางส่วนอยู่ใน Excel บางส่วนอยู่ในสมุดจด และประวัติแชทก็อยู่ใน LINE OA การตั้งค่า HubSpot CRM ที่เหมาะสมตั้งแต่เริ่มต้นจะช่วยรวมข้อมูลเหล่านี้ไว้ในที่เดียว

จากประสบการณ์การ Implement HubSpot ให้ธุรกิจจริงในหลายอุตสาหกรรม เราได้เรียนรู้ว่า CRM จะสร้างคุณค่าได้ก็ต่อเมื่อข้อมูลถูกจัดโครงสร้าง เชื่อมต่อกัน และทีมสามารถใช้งานได้จริง ตัวอย่างทั้ง 10 แบบต่อไปนี้ออกแบบมาเพื่อให้ SME ไทยเริ่มต้นได้ทันทีโดยไม่ต้องปรับแต่งซับซ้อน

10 ตัวอย่างตั้งค่า HubSpot CRM สำหรับ SME ไทย

1. Pipeline สำหรับร้านค้าปลีกและ E-Commerce

ธุรกิจค้าปลีกต้องการติดตามลูกค้าตั้งแต่สนใจสินค้าจนถึงซื้อซ้ำ Pipeline นี้ออกแบบมาให้เรียบง่ายและตรงจุด

Deal Stages ที่แนะนำ:

  • สนใจสินค้า (Lead) - ลูกค้าสอบถามหรือดูสินค้า
  • ส่งใบเสนอราคา (Quote Sent) - ส่งรายละเอียดราคาและสินค้า
  • รอชำระเงิน (Payment Pending) - ลูกค้าตกลงซื้อ รอการโอนเงิน
  • ชำระเงินแล้ว (Paid) - ได้รับเงินแล้ว
  • จัดส่งแล้ว (Shipped) - สินค้าออกจากคลัง
  • ปิดการขาย (Closed Won) - ลูกค้าได้รับสินค้าเรียบร้อย

ฟิลด์สำคัญที่ควรเพิ่ม: ช่องทางการขาย (Shopee, Lazada, LINE, หน้าร้าน), เลขพัสดุ, วันที่คาดว่าจะได้รับสินค้า

2. Pipeline สำหรับธุรกิจบริการ B2B

ธุรกิจที่ให้บริการลูกค้าองค์กรมีกระบวนการขายที่ยาวกว่า ต้องมีขั้นตอนการนำเสนอและเจรจาต่อรอง

Deal Stages ที่แนะนำ:

  • ติดต่อครั้งแรก (Initial Contact) - ได้รับ Lead จากช่องทางต่างๆ
  • นัดนำเสนอ (Meeting Scheduled) - กำหนดวันประชุม
  • นำเสนอแล้ว (Proposal Sent) - ส่ง Proposal หรือใบเสนอราคา
  • เจรจาต่อรอง (Negotiation) - พูดคุยเงื่อนไขและราคา
  • รออนุมัติ (Pending Approval) - รอการตัดสินใจจากผู้มีอำนาจ
  • ปิดการขาย (Closed Won/Lost)

ฟิลด์สำคัญที่ควรเพิ่ม: ชื่อผู้ตัดสินใจ, งบประมาณโครงการ, ระยะเวลาสัญญา, คู่แข่งที่ลูกค้ากำลังพิจารณา

3. Pipeline สำหรับคลินิกและธุรกิจสุขภาพ

คลินิกความงามและธุรกิจสุขภาพต้องติดตามลูกค้าตั้งแต่สอบถามจนถึงนัดรับบริการและติดตามผล

Deal Stages ที่แนะนำ:

  • สอบถามบริการ (Inquiry) - ลูกค้าสอบถามผ่าน LINE หรือโทรศัพท์
  • จองคิว (Appointment Booked) - นัดวันเวลารับบริการ
  • มาตามนัด (Attended) - ลูกค้ามาใช้บริการ
  • ติดตามผล (Follow-up) - โทรหรือแชทถามผลการรักษา
  • นัดครั้งต่อไป (Re-booked) - จองคิวรอบถัดไป

ฟิลด์สำคัญที่ควรเพิ่ม: บริการที่สนใจ, ประวัติการแพ้ยา, แพทย์ผู้รับผิดชอบ, วันนัดครั้งต่อไป

4. Pipeline สำหรับสถาบันการศึกษาและคอร์สอบรม

ธุรกิจการศึกษาต้องติดตามผู้สนใจตั้งแต่ขอข้อมูลจนถึงลงทะเบียนเรียน

Deal Stages ที่แนะนำ:

  • ขอข้อมูลหลักสูตร (Information Request)
  • นัดทดลองเรียน (Trial Class Scheduled)
  • ทดลองเรียนแล้ว (Trial Completed)
  • รอตัดสินใจ (Decision Pending)
  • ลงทะเบียนแล้ว (Enrolled)

ฟิลด์สำคัญที่ควรเพิ่ม: หลักสูตรที่สนใจ, ระดับความรู้เดิม, เป้าหมายการเรียน, งบประมาณ

5. Pipeline สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

การขายอสังหาริมทรัพย์มีรอบการขายที่ยาวและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

Deal Stages ที่แนะนำ:

  • สนใจโครงการ (Interested)
  • นัดเยี่ยมชม (Site Visit Scheduled)
  • เยี่ยมชมแล้ว (Site Visited)
  • ยื่นกู้ (Loan Application)
  • อนุมัติกู้ (Loan Approved)
  • ทำสัญญา (Contract Signed)
  • โอนกรรมสิทธิ์ (Transferred)

ฟิลด์สำคัญที่ควรเพิ่ม: ยูนิตที่สนใจ, งบประมาณ, ธนาคารที่ยื่นกู้, เซลล์ผู้รับผิดชอบ

6. Pipeline สำหรับร้านอาหารและ F&B

ร้านอาหารที่รับจัด Catering หรือ Event ต้องมี Pipeline แยกจากการขายหน้าร้าน

Deal Stages ที่แนะนำ:

  • สอบถาม (Inquiry)
  • ส่งเมนูและราคา (Menu Sent)
  • ยืนยันออเดอร์ (Order Confirmed)
  • รับมัดจำ (Deposit Received)
  • จัดส่ง/บริการ (Delivered/Served)
  • ชำระครบ (Fully Paid)

ฟิลด์สำคัญที่ควรเพิ่ม: วันที่จัดงาน, จำนวนคน, สถานที่จัดส่ง, ข้อจำกัดด้านอาหาร

7. Pipeline สำหรับธุรกิจ EV และพลังงาน

ธุรกิจ EV Charger หรือ Solar Rooftop มีกระบวนการขายที่ต้องสำรวจหน้างานก่อนเสนอราคา

Deal Stages ที่แนะนำ:

  • ติดต่อเข้ามา (New Lead)
  • นัดสำรวจ (Site Survey Scheduled)
  • สำรวจแล้ว (Site Surveyed)
  • ส่งใบเสนอราคา (Quotation Sent)
  • เจรจา (Negotiation)
  • ทำสัญญา (Contract)
  • ติดตั้ง (Installation)
  • ส่งมอบ (Handover)

ฟิลด์สำคัญที่ควรเพิ่ม: ประเภทอุปกรณ์, กำลังไฟที่ต้องการ, พื้นที่ติดตั้ง, ระยะเวลารับประกัน

8. Pipeline สำหรับบริษัทซอฟต์แวร์และ SaaS

ธุรกิจซอฟต์แวร์ต้องติดตามตั้งแต่ Demo จนถึงการต่ออายุสัญญา

Deal Stages ที่แนะนำ:

  • Lead ใหม่ (New Lead)
  • นัด Demo (Demo Scheduled)
  • Demo แล้ว (Demo Completed)
  • ทดลองใช้ (Free Trial)
  • ส่ง Proposal (Proposal Sent)
  • เจรจา (Negotiation)
  • ปิดการขาย (Closed)

ฟิลด์สำคัญที่ควรเพิ่ม: จำนวน User, Module ที่สนใจ, ระบบปัจจุบันที่ใช้, วันหมดอายุทดลองใช้

9. Pipeline สำหรับเอเจนซี่การตลาดและครีเอทีฟ

เอเจนซี่ต้องติดตามโปรเจกต์ตั้งแต่ Brief จนถึงส่งมอบงาน

Deal Stages ที่แนะนำ:

  • รับ Brief (Brief Received)
  • ส่ง Proposal (Proposal Sent)
  • Pitch (Pitching)
  • ชนะงาน (Won)
  • กำลังทำ (In Progress)
  • ส่งมอบ (Delivered)
  • ปิดโปรเจกต์ (Closed)

ฟิลด์สำคัญที่ควรเพิ่ม: ประเภทงาน, งบประมาณ, Deadline, ชื่อโปรเจกต์

10. Pipeline สำหรับร้านค้าขายส่ง (Wholesale)

ธุรกิจขายส่งต้องติดตามทั้งลูกค้าใหม่และออเดอร์จากลูกค้าประจำ

Deal Stages ที่แนะนำ:

  • ติดต่อครั้งแรก (First Contact)
  • ส่งแคตตาล็อก (Catalog Sent)
  • ขอตัวอย่าง (Sample Requested)
  • ส่งตัวอย่าง (Sample Sent)
  • รอตัดสินใจ (Decision Pending)
  • สั่งซื้อ (Order Placed)
  • จัดส่ง (Shipped)

ฟิลด์สำคัญที่ควรเพิ่ม: ยอดขั้นต่ำ, เงื่อนไขการชำระ, ที่อยู่จัดส่ง, ประเภทร้านค้า

งานติดตามอัตโนมัติที่ควรตั้งค่า

หลังจากตั้งค่า Pipeline และฟิลด์แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการสร้าง Task อัตโนมัติเพื่อให้ทีมขายไม่พลาดการติดตาม นี่คือตัวอย่างที่ใช้ได้กับทุกธุรกิจ:

  • Task ติดตามหลังส่งใบเสนอราคา: สร้าง Task อัตโนมัติให้โทรติดตามภายใน 3 วันหลังส่ง Quote
  • Task เตือนนัดหมาย: สร้าง Task 1 วันก่อนนัดพบลูกค้า
  • Task ติดตามหลังปิดการขาย: สร้าง Task โทรถามความพึงพอใจหลังส่งมอบ 7 วัน
  • Task ติดตาม Deal ค้าง: สร้าง Task เตือนเมื่อ Deal ไม่เคลื่อนไหวเกิน 14 วัน

การตั้งค่างานติดตามเหล่านี้ช่วยให้ทีมขายทำงานอย่างเป็นระบบ ไม่ปล่อยให้ลูกค้าหลุดมือไประหว่างทาง

เริ่มต้นตั้งค่าอย่างไร

สำหรับ SME ที่พร้อมเริ่มตั้งค่า HubSpot CRM ขั้นตอนแรกคือการเลือก Pipeline Template ที่ใกล้เคียงกับธุรกิจมากที่สุดจาก 10 ตัวอย่างข้างต้น จากนั้นปรับแต่งชื่อ Stage และเพิ่มฟิลด์ตามความต้องการ

การตั้งค่าพื้นฐานเหล่านี้สามารถทำได้ใน HubSpot Free CRM โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งเหมาะสำหรับ SME ที่เพิ่งเริ่มต้นใช้ระบบ CRM

Ourgreenfish ช่วยตั้งค่า HubSpot CRM ได้อย่างไร

Ourgreenfish ทำงานใกล้ชิดกับ HubSpot ในฐานะ Solution Partner มาเกือบ 10 ปี และมีประสบการณ์ Implement HubSpot CRM ให้ธุรกิจจริงในหลายอุตสาหกรรม ทั้ง Healthcare, Education, E-Commerce, B2B, Automotive และ Technology

บริการ HubSpot Implementation ของ Ourgreenfish ครอบคลุมการวางแผนกลยุทธ์, ออกแบบโครงสร้าง CRM, ตั้งค่า Pipeline และ Properties, สร้าง Workflow อัตโนมัติ, Migration ข้อมูล, และ Training ทีมงาน ทุกขั้นตอนออกแบบมาให้ HubSpot เหมาะกับการทำงานจริงของธุรกิจ ไม่ใช่บังคับให้ธุรกิจปรับตัวตามซอฟต์แวร์

นอกจากนี้ Ourgreenfish ยังพัฒนา LINE CRM, Connectio และ Loyalty Hub ซึ่งเป็นโซลูชันที่ช่วยเชื่อมต่อ HubSpot กับ LINE Official Account และ Marketplace ต่างๆ ทำให้ธุรกิจไทยสามารถจัดการข้อมูลลูกค้าได้ครบถ้วนในที่เดียว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตั้งค่า HubSpot CRM

ตั้งค่า HubSpot CRM ใช้เวลานานแค่ไหน?

การตั้งค่า Pipeline และฟิลด์พื้นฐานสามารถทำได้ภายใน 1 วัน สำหรับธุรกิจที่ต้องการการตั้งค่าขั้นสูง เช่น Workflow Automation หรือการเชื่อมต่อกับระบบอื่น อาจใช้เวลา 2-4 สัปดาห์

ควรมี Deal Stage กี่ขั้นตอน?

แนะนำให้มี 5-7 Stage เพื่อให้ติดตามได้ง่ายโดยไม่ซับซ้อนเกินไป หาก Stage น้อยเกินไปจะไม่เห็นภาพการเคลื่อนไหวของ Deal แต่ถ้ามากเกินไปจะทำให้ทีมสับสน

HubSpot Free CRM ใช้งานได้จริงหรือไม่?

HubSpot Free CRM ใช้งานได้จริงสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก สามารถจัดการ Contact, Company และ Deal ได้ไม่จำกัดจำนวน Ourgreenfish ช่วย SME ไทยหลายรายเริ่มต้นด้วย Free CRM ก่อนอัปเกรดเมื่อธุรกิจเติบโต

ควรเพิ่มฟิลด์อะไรบ้างใน Contact?

นอกจากชื่อ อีเมล และเบอร์โทร ควรเพิ่มฟิลด์ที่ช่วยให้เข้าใจลูกค้า เช่น LINE ID, แหล่งที่มาของ Lead, ความสนใจหลัก และสถานะลูกค้า

จะรู้ได้อย่างไรว่า Pipeline ที่ตั้งเหมาะสมหรือไม่?

ดูจาก 3 สัญญาณ: ทีมขายใช้งานจริงทุกวัน, Deal เคลื่อนผ่าน Stage อย่างสม่ำเสมอ, และสามารถ Forecast ยอดขายได้แม่นยำ หาก Deal ค้างอยู่ที่ Stage ใด Stage หนึ่งมากผิดปกติ อาจต้องพิจารณาแบ่ง Stage ใหม่

การตั้งค่า HubSpot CRM ที่เหมาะสมตั้งแต่เริ่มต้นจะช่วยให้ทีมขายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่พลาดโอกาสทางธุรกิจ เทคโนโลยีอย่างเดียวไม่ได้สร้างการเติบโต การเติบโตเกิดขึ้นเมื่อกลยุทธ์ ข้อมูล บุคลากร และเครื่องมือทำงานร่วมกัน นี่คือสิ่งที่ Ourgreenfish มุ่งมั่นทำมาเกือบ 10 ปีกับ HubSpot

อ่านบทความเพิ่มเติม: อัปเดตล่าสุด : HubSpot Marketing+