---
title: 5 เทคนิคทรานฟอร์มธุรกิจขนาดเล็กให้แข็งแกร่ง
description: ในยุคของ Business Transformation แม้แต่ธุรกิจขนาดเล็กก็จำเป็นต้องปรับตัว บทความนี้คุณจะได้รู้ถึงเทคนิคที่ใช้ได้ผลมาแล้ว
---

[Digital Blog - Ourgreenfish ](https://blog.ourgreenfish.com)

# [5 เทคนิคทรานฟอร์มธุรกิจขนาดเล็กให้แข็งแกร่ง](https://blog.ourgreenfish.com/th/5-tips-to-transform-your-business)

 เขียนโดย [OURGREENFISH TEAM](https://blog.ourgreenfish.com/author/ourgreenfish-team) - 16 ส.ค. 2017, 4:54:24

ในยุคของ Business Transformation แม้แต่ธุรกิจขนาดเล็กก็จำเป็นต้องปรับตัว บทความนี้คุณจะได้รู้ถึงเทคนิคที่ใช้ได้ผลมาแล้ว

## **1. รวบรวมไอเดียจากทีมของคุณ**

ในปี 2009 รายได้ของบริษัท Suzanne Bates’ Wellesley ผู้ให้คำปรึกษาด้านการบริหารงานแบบ Mass-based ลดลงจากภาวะถดถอยเป็นเงินกว่า 600,000 เหรียญสหรัฐฯ CEO ของบริษัทจึงหันหน้าเข้าหาพนักงานเพื่อช่วยกันหาแนวทางแก้ไข ทีมงานกว่า 10 คนของ Bates Communications ระดมความคิดเพื่อให้การบริการการฝึกสอนมีความเกี่ยวเนื่องกับลูกค้าปัจจุบันที่มีอยู่ เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในธุรกิจมากขึ้น โค้ชของ Bates เข้าหาลูกค้าทุกช่องทางที่มีอยู่ในมือตั้งแต่การใช้อีเมลรายสัปดาห์ไปจนถึงออกไปพบปะเพื่อร่วมรับประทานอาหารกลางวัน หรือแม้กระทั่งการส่งบทความเกี่ยวกับสภาวะความเป็นผู้นำ

นอกจากนี้บริษัทยังมีปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การให้บริการ เช่น ปรับราคาคอร์สถูกลง เพิ่มรูปแบบการโค้ชชิ่งให้หลากหลาย อย่างการสัมมนาทางโทรศัพท์ในราคา $25 และการโค้ชแบบกลุ่ม ตามมาด้วยการมองหาและเจาะตลาดกลุ่มล่างเป็นบริษัทเล็กๆ เพื่อเพิ่ม Market share และในท้ายที่สุดผลจากความพยายามในครั้งนี้ของบริษัท Suzanne Bates’ Wellesley ก็ประสบผลสำเร็จ เมื่อบริษัทสามารถทำรายได้รวมสิ้นปีไปได้ถึง 2.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2010 เพิ่มขึ้นจากเดิมเกือบเท่าตัว

[**4 ปัจจัยชี้เป็นชี้ตายในการทำ BUSINESS TRANSFORMATION SUCCESS นั้นมีอะไรบ้าง**](https://blog.ourgreenfish.com/th/4-critical-factors-that-have-impact-on-business-transformation-success)

 

## **2. วิเคราะห์ข้อมูลการขายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น**

หลังจากที่มองเห็นว่าการขายผ่านเว็บไซต์ตัวเองมีแนวโน้มลดลง บริษัทผลิตน้ำหอมซึ่งตั้งอยู่ในมหานครนิวยอร์กอย่าง Tuccini Corp จึงตัดสินใจโฟกัสไปที่การขายสินค้าผ่านเว็บไซต์คนกลางอย่าง Amazon ผู้ก่อตั้ง Nick Uresin ได้รวบรวมข้อมูลและทดลองข้อมูลด้านราคา 3 ครั้งต่อวันเป็นเวลากว่า 5 เดือนเพื่อหาว่าจะปรับราคาอย่างไรและเวลาใดที่มีผลต่อการขาย ตัวอย่างเช่น เขาเรียนรู้ว่าการปรับราคาสินค้าช่วง 6 โมงเย็นจะช่วยให้มีออเดอร์เข้ามามากกว่าตอนบ่าย 2 โมง

จากการใช้งานข้อมูลนี้เองที่นำไปสู่การสร้างโปรแกรมที่ใช้ในการติดตามการขายและปรับราคาสินค้าแบบอัตโนมัติ ใน 4 ปีที่ผ่านมา Nick ยังได้ทำการพัฒนาโปรแกรมเพิ่มเพื่อใช้ในการมอนิเตอร์ว่าคำสั่งซื้อมาจากที่ใด และเมื่อรวมโปรแกรมทั้งสองเข้าด้วยกันก็จะสามารถช่วยพัฒนาการขขายและการซื้อขอ Tuccini Corp. ได้อย่างมาก ในปี 2010 บริษัท Tuccini ทำกำไรสิ้นปีที่ 3.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งมากกว่าเดิมถึง 2 เท่าเมื่อเทียบจากปีที่แล้วและยังสามารถปลดหนี้ของบริษัทได้อีกด้วย

 

## **3. ย้ายทรัพยากรมาอยู่ในที่ที่สร้างประโยชน์ได้**

ในปี 2009 บริษัทที่ปรึกษากลยุทธ์ด้านแบรนด์สินค้า Parker LePla มีกำไรลดลงจากเดิม 15% หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Lynn Parker จึงระงับโบนัสพนักงานและนำเงินจำนวนนั้นไปลงทุนทางด้านโฆษณาและสร้างแผนกใหม่ขึ้นเพื่อเน้นไปที่การทำ ดิจิตอลแบรนดิ้ง เพื่อขยายฐานลูกค้า และแผนกใหม่นี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของต่อยอดธุรกิจใหม่ที่สร้างกำไรสุทธิได้เพิ่มึ้นถึง 30% มีกำไรสิ้นปี 2010 ที่ 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

## **4. ปรับปรุงโครงสร้างราคา**

เมื่อบริษัท Great Neck ตัวแทนดำเนินการประมูลของภาครัฐที่ตั้งอยู่ในนิวยอร์ก ยุติการสมัครสมาชิกแบบรายปีเพื่อใช้ในการเข้าดูรายชื่อการประมูลของรัฐบาล พวกเขาก็เริ่มชนะใจและสามารถดึงลูกค้ากลับมาได้ โดยรูปแบบการคิดราคาใหม่นี้เริ่มต้นด้วยการทดลองใช้งานฟรี 3 วัน โดยมีเพียงค่าบริการรายเดือนเท่านั้น ซึ่งนี้ถือเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจมากสำหรับผู้บริโภคที่ใส่ใจเรื่องราคา

ในปัจจุบันผู้คนกว่า 60% ที่ทดลองใช้งานฟรี 3 เดือนเลือกที่จะสมัครสมาชิกแบบรายดือน และโมเดลราคาแบบใหม่นี้ก็สามารถสร้างรายได้ได้มากกว่าแบบเดิมถึง 6 เท่าจากลูกค้าแต่ละราย ในปี 2010 บริษัทสร้างกำไรได้มากกว่า 930,000 เหรียญสหรัฐฯ มากกว่าเดิมถึง 58%

## **5. ตรวจสอบโมเดลธุรกิจของคุณอีกครั้ง**

ผู้ก่อตั้งบริษัท HuePhoria LLC คือหนึ่งในบริษัทที่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบบธุรกิจของตัวเอง หลังจากกำไรลดลงในปี 2009 บริษัทจึงได้มีการปรับรูปแบบการขายของตัวเองโดยการจับมือกับร้านค้ารายย่อยและให้บริการขายสินค้าแบบ on demand รูปแบบใหม่คือ การทำ Drop shipping นั้นคือการที่ร้านค้าหรือบุคคลธรรมดาเป็นหน้าร้านให้กับบริษัท และทำหน้าที่ในการโฆษณาขายสินค้า เมื่อมีคำสั้งซื้อเข้ามาบริษัทก็จะทำการส่งสินค้าไปยังลูกค้าที่สั่งซื้อโดย กำไรก็จะถูกแบ่งให้กับหน้าร้านตามสัดส่วนที่ได้ตกลงกันไว้

ยอดขายของบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 72% ในไตรมาสแรกของปี 2011 เพื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ก่อนจะทำกำไรทั้งหมดในปี 2011 ไปได้ถึง 300,000 เหรียญสหรัฐฯ

 

สามารถติดตามข่าวสารจาก [Ourgreenfish](https://ourgreenfish.com/) ได้ที่ [Facebook](https://www.facebook.com/ourgreenfish/) และ [Twitter](https://twitter.com/ogfonlinemedia)

Cr. entrepreneur.com, 123rf.com, healthandlife.com.au, seefeelchange.com

[ดูโพสต์ฉบับเต็ม](https://blog.ourgreenfish.com/th/5-tips-to-transform-your-business)

```json
{
  "@context" : "http://schema.org",
  "@type" : "BlogPosting",
  "author" : {
    "@type" : "Person",
    "name" : "OURGREENFISH TEAM"
  },
  "dateModified" : "2018-10-22T04:12:37.674Z",
  "datePublished" : "2017-08-16T04:54:24Z",
  "headline" : "5 เทคนิคทรานฟอร์มธุรกิจขนาดเล็กให้แข็งแกร่ง",
  "image" : {
    "@type" : "ImageObject",
    "height" : 840,
    "url" : "https://blog.ourgreenfish.com/hubfs/small%20business%20transformation.jpg",
    "width" : 1200
  },
  "mainEntityOfPage" : "https://blog.ourgreenfish.com/th/5-tips-to-transform-your-business",
  "publisher" : {
    "@type" : "Organization",
    "logo" : {
      "@type" : "ImageObject",
      "height" : 60,
      "url" : "/hs/hsstatic/content_shared_assets/static-1.4092/img/default-amp-logo.png",
      "width" : 60
    },
    "name" : "Digital Blog"
  }
}
```