<img src="//trc.taboola.com/1081267/log/3/unip?en=page_view" width="0" height="0" style="display:none">
 

ก้าวต่อด้วย “Resilience” ทักษะสำคัญที่สุด ที่ทุกเจเนอเรชั่นต้องมี

หลังจากที่ทั่วโลกเกิดวิกฤตครั้งใหญ่ อะไรที่ว่าแน่นอน ที่ว่ามั่นคง ยังได้รับผลกระทบจนมีโอกาส “ล้ม” ได้ไม่ต่างกัน เพราะเหตุนี้เองจึงทำให้คำว่า “Resilience” ที่ก่อนหน้านี้เคยถูกพูดถึงแบบผิวเผิน กลับกลายมาเป็นคำยอดฮิต และเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องปรับตัวเรียนรู้ จนเรียกได้ว่าเป็นทักษะสำคัญที่ไม่ว่าจะเจเนอเรชั่นไหนในปัจจุบันก็ควรจะต้องมี ไม่ว่าจะอยู่ในกลุ่มอาชีพไหนเพื่อให้ทุกคนสามารถตั้งรับปัญหา  และสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ที่อาจจะรุนแรง หนักหน่วงมากกว่าวิกฤตในครั้งนี้ก็ได้ 

Resilience คืออะไร?

shutterstock_448538392

Resilience ความหมายตรงตัวแปลว่า “ความยืดหยุ่น” หรือ “การล้มแล้วลุกเร็ว” ทุกครั้งที่เจอปัญหา สถานการณ์ สภาวะที่เต็มไปด้วยความเครียด และความยากลำบาก สามารถฟื้นตัว มองไปข้างหน้า ลุกขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และแข็งเกร่งกว่าเดิม ถึงแม้ว่าการมีทักษะ Resilience หรือการล้มแล้วลุกเร็วจะดูเป็นนามธรรมไปเสียหน่อย แต่ทักษะนี้มีขั้นตอน มีกระบวนการในการคิด สามารถฝึกฝนให้ตนเองเป็นคนมี Resilience ได้ ไม่แพ้ทักษะอื่น ๆ โดยจะแบ่งเป็น 

Face Down Reality : การยอมรับความเป็นจริง 

Search For Meaning : ความกล้าที่จะทบทวนตัวเอง 

Continually Improvise : การใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มี

Face down reality การยอมรับความเป็นจริง

shutterstock_637882639

ในช่วงที่ทุกคนต่างมีปัญหาเดินเข้ามาถึงที่ เจอประสบการณ์ที่ไม่ดี ทั้งที่ตั้งตัวทันหรือตั้งตัวไม่ทันก็ตาม การก้มหน้ายอมรับความจริงว่า ณ ตอนนี้เกิดอะไรขึ้นตัวคุณ เกิดอะไรขึ้นกับธุรกิจของคุณ ไม่หลอกตัวเอง ไม่หลงระเริงอยู่กับความสำเร็จในอดีต พร้อมกับการคิดทบทวนปัญหาที่เกิดขึ้น

ซึ่งหลังจากนี้ อาจจะรวมไปถึงการยอมรับความจริง โดยคิดเทียบเคียงกับสิ่งที่อาจจะเลวร้ายมากที่สุด หากเกิดกรณี Worst Case Scenario คุณจะสามารถอยู่รอดได้หรือไม่ มองอยู่เสมอว่าปัญหามีโอกาสเลวร้ายได้มากกว่าสิ่งที่กำลังเจอ และยอมรับให้ได้ก่อนความจริงจะมาถึง โดยคุณอาจจะใช้วิธีการกระจายความเสี่ยง บริหารความเสี่ยง หากทำได้ไม่ว่าจะกับเรื่องไหนก็ตาม สิ่งนี้จะกลายเป็นภูมิต้านทานให้กับชีวิตของคุณ

Search For Meaning กล้าทบทวนตัวเอง

shutterstock_316827551

หากปัญหารุมเร้า จนอาจจะกลายเป็นช่วงเวลาที่แย่ที่สุดในชีวิต สิ่งแรกที่ควรทำคือ การกล้าที่จะทบทวนตัวเอง ค้นหาความหมายบางสิ่งบางอย่างที่มันหล่นหาย กล้าหันไปมองตัวเองในอดีต แล้ววิจารณ์สิ่งที่เกิดขึ้นว่าจุดอ่อนของคุณคืออะไร จุดแข็งของคุณ ทั้งที่ทราบดี หรืออาจจะเผลอหลงลืมไปบ้างแล้วคืออะไร สิ่งไหนที่เราไม่เคยใส่ใจ หรือยังไม่มีบ้าง

Continually Improvise ใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มี

shutterstock_1116705140

หลังจากที่คุณกล้าก้มหน้ายอมรับความจริง ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น กล้าที่จะค้นหาความหมายของตัวเองแล้ว Step ต่อไปคือการ Continually Improvise หรือ “การต่อสู้” โดยใช้ทุกสิ่งที่ตัวเองมี หลังจากที่คุณได้รู้ความหมาย รู้จุดแข็ง จุดดี จุดด้อยของตัวเองเรียบร้อย ต่อไปคือการมองไปข้างหน้า ต่อสู้ด้วยสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ พร้อมกับ Improvise ด้นสดไปกับมัน มองหาลู่ทาง ช่องทางใหม่ ๆ ที่อาจจะแตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง ไม่จำเป็นต้องอยู่ในขั้นตอน หรือระเบียบแบบแผนเหมือนแต่ก่อน และอย่าลืมที่จะเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา เช่น การเรียนรู้เรื่องการตลาดรูปแบบใหม่ การทำงานรูปแบบใหม่ ๆ เป็นต้น เมื่อมีครบทั้ง 3 สิ่งนี้ จะถือได้ว่าเป็นการปิดจบทักษะ Resilience ล้มแล้วตั้งตัวลุกขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และแข็งแรงมากขึ้นกว่าเดิมได้อย่างสมบูรณ์แบบ 

หลังจากนี้ เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น โอกาสที่ทั้งโลกอาจจะต้องเจอกับวิกฤตที่หนักหนาสาหัสมากกว่า Covid - 19 อาจจะมีให้เห็นอีก ไม่มีอะไรแน่นอน การมี Resilience จึงกลายเป็นทักษะสำคัญที่ทุกเจเนอเรชั่นจะต้องมี ซึ่งสิ่งนี้จะสามารถสร้างภูมิคุ้มกัน สร้างเกราะป้องกันความผิดหวังจนเสียสูญได้ ไม่ว่าจะเรื่องงาน ธุรกิจ การเงิน ครอบครัว หรือแม้กระทั่งเรื่องความรักก็ตาม ไม่ว่าคุณจะล้มสักกี่ครั้ง คุณจะสามารถลุกขึ้นมาได้ใหม่ โดยที่แข็งแกร่งกว่าเดิมขึ้นได้อย่างแน่นอน

*ขอบคุณข้อมูลอ้างอิง  The Secret Sauce EP.239

B2B CRM AND SALES AUTOMATION Webinar

New call-to-action

WANNAKARN POMMADILOK X Ourgreenfish

 

Ourgreenfish LINE Connect

ติดตามสาระความรู้เกี่ยวกับ
Digital Marketing และเทคโนโลยีได้ที่ Ourgreenfish Connect

 

Recent Posts