<img src="//trc.taboola.com/1081267/log/3/unip?en=page_view" width="0" height="0" style="display:none">
 

5 สิ่งที่จะเกิดขึ้นเกี่ยวกับ AI หรือ Artificial Intelligence ในปี 2018

จากในหนังเรื่อง Blade Runner เราจะเห็นได้ว่ามีนักเทคโนโลยีได้ทำการพัฒนาระบบ AI สร้าง Replicant หรือมนุษย์หุ่นยนตร์ที่มีความสามารถในการแยกแยะได้จากดวงตาหรือการใช้คำถาม และยังมีรถบินได้ ซึ่งทำให้เราสงสัยว่าถ้าหากในชีวิตจริงเป็นอย่างในหนัง ทุกอย่างมันจะไปไกลเกินความสามารถในการควบคุมของมนุษย์หรือเปล่า เพราะปัญญาประดิษฐ์จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ซึ่งในปีที่ผ่านมาเราได้มีการนำเอไอมาใช้ประโยชน์ในหลายด้าน และนี่คือการคาดการณ์อนาคตที่จะเกิดขึ้นหุ่นยนต์เรียนรู้ด้วยตัวเอง และขับเคลื่อนด้วยตนเองคิดว่าเราน่าจะเห็นการเติบโตของเอไอในปี 2018

IoT

AI ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลที่มากขึ้น

บริษัท ส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่เรื่องเกี่ยวกับเอไอ ในปีนี้ ด้วยการเติบโตอย่างต่อเนื่องของข้อมูลที่ผลิตโดย Internet of Things (IoT) ธุรกิจจะหันไปเรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการประมวลผลแนวโน้มและวิเคราะห์ข้อมูล การใช้ AI ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ดีที่จะช่วยแบ่งเบาภาระแล้ว แต่ยังเป็นอีกวิธีที่จะช่วยทำให้บริษัทสามารถสร้างการไหลเวียนของข้อมูลทั้งที่มีโครงสร้างและไม่มีโครงสร้าง เพราะบางอย่างมนุษย์ก็ทำไม่ได้จึงจำเป็นต้องใช้เอไอ  เพื่อช่วยโดยเอไอจะสามารถดึงข้อมูลที่ซับซ้อนของพวกลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่ามนุษย์ด้วยฐานข้อมูล Big Data บริษัทจำเป็นจะต้องพึ่งพา “Insights-as-a-Service"

 เมื่อ AI (Artificial Intelligence) สามารถคิดอะไรได้มากกว่ามนุษย์จะเป็นอย่างไร

Chatbot

ให้ความช่วยเหลือแบบมนุษย์มากขึ้น

มนุษย์ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ตลอดเวลา จึงเป็นเหตุผลที่ธุรกิจจำนวนมาก กำลังมุ่งเน้นไปที่การควบคุมระบบ Chatbot เพื่อจัดการการทำงานแบบวันต่อวัน คาดว่าประมาณ 85% ของการติดต่อลูกค้าจะได้รับการจัดการโดยเอไอภายในปี 2020 เราน่าจะได้เห็นการฝึกอบรมเรื่องความอ่อนไหวของ bot ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระในการทำงาน

 

Siri

Siri จะเข้าใจคุณมากขึ้น

การส่งข้อความหรือเสียงกับ Siri สิ่งที่เกิดขึ้นคือคุณต้องคอยแก้ไขคำเกือบทุกครั้ง เพราะ Siri ไม่เข้าใจ ซึ่งการคาดการณ์ในปี 2018 ระบบเทคโนโลยีการสนทนาจะถูกพัฒนาได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้น ซึ่งรวมไปถึงความไวในการตอบสนองต่ออารมณ์และความรู้สึก และเทคโนโลยียังช่วยในเรื่องของการแปลทำให้เราสื่อสารได้อย่างลงตัวระหว่างต่างภาษา การพูดคุยด้วยเสียงแทนข้อความ จะกลายเป็นเรื่องใหญ่สำหรับธุรกิจและชีวิตส่วนตัว เพราะมันจะช่วยอำนวยความสะดวก และบริษัทเจ้าใหญ่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเริ่มมีการเปิดตัว Voice Personal Assistant (VPA) เช่น  Amazon ที่เปิดตัว  Alexa, Google เปิดตัว Google Assistant และ Microsoft เปิดตัว Cortana ซึ่งบ่งบอกให้เห็นว่านวัตกรรมการค้นหาด้วยเสียงนั้นตอบสนองต่อความต้องการของบริโภคได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะผู้สูงอายุ

 

Machine Learning

ระบบอัตโนมัติอัจฉริยะยังคงดำเนินต่อไป

คุณจะสังเกตเห็นได้จากบริการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ เมื่อคุณเลือกซื้อสินค้าในระบบ ระบบจะคอยเติมสินค้าที่เกี่ยวข้องหรือ Relate เกี่ยวกับสิ่งที่คุณกำลังตามหาอยู่ ในช่วงเวลาดังกล่าวไม่ว่าจะเป็น กระดาษ ผงซักฟอก หรือ อาหาร สิ่งของที่ต้องซื้อทุกสัปดาห์หรือรายเดือน และมีการจดจำเก็บข้อมูลพฤติกรรมของคุณไว้อีกด้วย และเอไอได้เขย่าวงการการตลาดด้วยความสามารถในการปรับเปลี่ยนแคมเปญการตลาด โดยระบบจะคัดสรรที่เป็นคุณภาพมากที่สุดด้วยในการ Serve ข้อมูลแก่ผู้บริโภค เพราะมีระบบ Machine Learning ที่เรียนรู้ด้วยตัวของมันเอง และสามารถวิเคราะห์จากพฤติกรรมของผู้บริโภคได้ถึงความต้องการ ซึ่งเราจะเห็นว่าในปัจจุบันเอไอ  ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมที่กว้างขึ้นตั้งแต่การจัดส่งผลิตภัณฑ์ค้าปลีกไปจนถึง การบำรุงรักษาเครื่อง หรือการอนุรักษ์พลังงานและอื่นๆ และมันก็ยังคงถูกพัฒนาความสามารถต่อไปเรื่อยๆ

AI

Artificial Intelligence จะยังคงเติบโตต่อไป

หรือปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีนี้ยังคงมีการพัฒนาปรับแต่งอยู่ตลอดเวลา เพราะมนุษย์กำลังมองหาสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม และมีความสามารถที่มากขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกในทุกด้านของชีวิตเรา เชื่อว่าในปี 2018 เราอาจจะได้เห็นสิ่งที่น่ามหัศจรรย์ จะเป็นอีกหนึ่งปีที่ใช้งานของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

 

สามารถติดตามข่าวสารจาก Ourgreenfish ได้ที่ Facebook และ Twitter

Cr.forbes.com

Recent Posts