หลายธุรกิจมีระบบ CRM ใช้งานอยู่แล้ว แต่เมื่อถึงจุดที่ต้องตัดสินใจว่าควรจ้างผู้เชี่ยวชาญมาปรับปรุงระบบหรือไม่ คำถามที่ตามมาคือ "มันคุ้มค่าหรือเปล่า?" Ourgreenfish ช่วยให้คุณเข้าใจวิธีคำนวณความคุ้มค่าของการตัดสินใจครั้งนี้อย่างเป็นระบบ
การคำนวณ ROI และ TCO อย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณมองเห็นภาพรวมของต้นทุนทั้งหมด รวมถึงค่าเชื่อมต่อระบบและค่าเสียโอกาสจากงานที่ยังทำแบบ Manual บทความนี้จะพาคุณไปทีละขั้นตอน ตั้งแต่การรวบรวมข้อมูลจนถึงการตัดสินใจ
วิธีคำนวณ ROI และ TCO ใน 7 ขั้นตอน
- รวบรวมต้นทุนปัจจุบันของระบบ CRM — รวมค่า License ค่าดูแล และเวลาของทีมงาน
- ระบุค่าเสียโอกาสจากงาน Manual — คำนวณเวลาที่เสียไปกับงานซ้ำซ้อนและความผิดพลาด
- ประเมินค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อระบบ — รวมต้นทุน Integration กับระบบอื่น
- คำนวณ Total Cost of Ownership (TCO) — รวมต้นทุนทั้งหมดในระยะเวลาที่กำหนด
- ประเมินผลประโยชน์ที่คาดหวัง — รวมรายได้ที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนที่ลดลง โดย Ourgreenfish ช่วยกำหนดตัวชี้วัดได้
- คำนวณ Return on Investment (ROI) — ใช้สูตรมาตรฐานเพื่อหาเปอร์เซ็นต์ความคุ้มค่า
- เปรียบเทียบและตัดสินใจ — วิเคราะห์ผลลัพธ์เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสม

วิธีคำนวณ ROI และ TCO สำหรับการปรับปรุง CRM
1. รวบรวมต้นทุนปัจจุบันของระบบ CRM
ขั้นตอนแรกคือการสำรวจว่าคุณจ่ายเงินให้กับระบบ CRM ปัจจุบันเท่าไหร่ ต้นทุนนี้ไม่ได้มีแค่ค่า License รายเดือนหรือรายปีเท่านั้น
สิ่งที่ต้องรวมเข้ามาคือ ค่าบำรุงรักษาระบบ เวลาของทีม IT ที่ใช้ดูแลระบบ และค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น การจดบันทึกรายการเหล่านี้อย่างละเอียดจะช่วยให้คุณเห็นภาพต้นทุนที่แท้จริง
ลองถามตัวเองว่า ทีมงานใช้เวลากี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในการจัดการกับระบบ CRM ที่มีอยู่? ตัวเลขนี้จะสำคัญมากในขั้นตอนถัดไป
2. ระบุค่าเสียโอกาสจากงาน Manual
ค่าเสียโอกาสเป็นต้นทุนที่มองไม่เห็นแต่มีผลกระทบสูง เมื่อพนักงานต้องทำงานซ้ำซ้อน คีย์ข้อมูลหลายรอบ หรือรอรายงานที่สรุปด้วยมือ เวลาเหล่านั้นคือรายได้ที่สูญเสียไป
ลองคำนวณดูว่าทีมขายใช้เวลากี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์กับงานที่ไม่ใช่การขาย งานวิจัยจาก Nucleus Research ระบุว่า CRM ที่มีระบบ Automation ช่วยลดเวลางานคีย์ข้อมูลได้ถึง 44% ซึ่งแปลงเป็นเวลา 3.5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ต่อคน
นำจำนวนชั่วโมงที่เสียไปคูณกับค่าแรงเฉลี่ยต่อชั่วโมงของพนักงาน แล้วคูณกับจำนวนคนในทีม ผลลัพธ์ที่ได้คือค่าเสียโอกาสรายเดือนของคุณ
3. ประเมินค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อระบบ
ระบบ CRM ที่ทำงานแยกจากระบบอื่นมักสร้างปัญหาให้กับธุรกิจ เมื่อข้อมูลลูกค้าอยู่ในที่เดียว แต่ข้อมูลการขายอยู่อีกที่ ทีมงานต้องเสียเวลาในการหาข้อมูลและเสี่ยงต่อความผิดพลาด
ค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อระบบ หรือ Integration Cost มีหลายส่วน ได้แก่ ค่าพัฒนาหรือค่าจ้างทำ API Connection ค่า Middleware หรือเครื่องมือเชื่อมต่อ และค่าดูแลรักษาการเชื่อมต่อในระยะยาว
ธุรกิจที่ต้องการเชื่อมต่อ CRM กับระบบ E-commerce หรือระบบบัญชี ควรสอบถามผู้เชี่ยวชาญถึงต้นทุนเหล่านี้ล่วงหน้า การประเมินต้นทุน Integration อย่างถูกต้องจะช่วยป้องกันค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดในภายหลัง
4. คำนวณ Total Cost of Ownership (TCO)
TCO คือต้นทุนรวมทั้งหมดที่คุณจะจ่ายตลอดระยะเวลาที่กำหนด ไม่ใช่แค่ราคาที่เห็นบนใบเสนอราคา
สูตรการคำนวณ TCO สำหรับการจ้างผู้เชี่ยวชาญปรับปรุง CRM คือ
TCO = ค่าบริการที่ปรึกษา + ค่า Implementation + ค่า Training + ค่า Integration + ค่าดูแลรักษารายปี
สมมติว่าคุณกำลังพิจารณาจ้างที่ปรึกษา CRM ระยะเวลา 3 ปี ให้นำต้นทุนทุกรายการมารวมกันสำหรับช่วงเวลานั้น รวมถึงค่าดูแลระบบหลังจากโปรเจกต์เสร็จสิ้นด้วย
5. ประเมินผลประโยชน์ที่คาดหวัง
ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการปรับปรุง CRM แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ รายได้ที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนที่ลดลง
ในด้านรายได้ที่เพิ่มขึ้น ลองพิจารณาว่าระบบที่ดีขึ้นจะช่วยให้ทีมขายปิดการขายได้เร็วขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ หรือช่วยเพิ่ม Cross-sell และ Up-sell ได้มากน้อยแค่ไหน
ในด้านต้นทุนที่ลดลง ให้ดูว่าการมี Automation จะช่วยลดงาน Manual ได้เท่าไหร่ ลดความผิดพลาดในการส่งข้อมูลได้กี่เปอร์เซ็นต์ และลดเวลาในการสร้างรายงานได้มากแค่ไหน Ourgreenfish มีประสบการณ์ช่วยธุรกิจกำหนดตัวชี้วัดเหล่านี้อย่างเป็นระบบจากการทำงานจริงกับลูกค้าหลากหลายอุตสาหกรรม
6. คำนวณ Return on Investment (ROI)
ROI คือตัวเลขที่บอกว่าการลงทุนครั้งนี้ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าหรือไม่ สูตรการคำนวณคือ
ROI = (ผลประโยชน์ที่ได้รับ - ต้นทุนที่จ่ายไป) / ต้นทุนที่จ่ายไป x 100
ตัวอย่างเช่น หากคุณลงทุน 1,000,000 บาทกับการจ้างที่ปรึกษา CRM และได้ผลประโยชน์รวม 2,500,000 บาทใน 3 ปี ROI ของคุณจะอยู่ที่ 150%
ตัวเลข ROI ที่ดีสำหรับโปรเจกต์ CRM มักอยู่ที่ 200% ขึ้นไปในระยะเวลา 3 ปี แต่ตัวเลขนี้จะแตกต่างกันไปตามขนาดธุรกิจและความซับซ้อนของโปรเจกต์
7. เปรียบเทียบและตัดสินใจ
เมื่อคุณมีตัวเลข TCO และ ROI แล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือการนำมาเปรียบเทียบกับทางเลือกอื่น
ลองเปรียบเทียบ 3 ทางเลือก ได้แก่ จ้างผู้เชี่ยวชาญมาปรับปรุง ทำเองภายในทีม หรือคงสภาพระบบเดิมไว้ แต่ละทางเลือกมีต้นทุนและผลตอบแทนที่ต่างกัน
สิ่งสำคัญคืออย่าลืมรวมต้นทุนของการไม่ทำอะไรเลยเข้าไปด้วย ค่าเสียโอกาสจากการใช้ระบบเดิมที่ไม่มีประสิทธิภาพอาจสูงกว่าค่าจ้างผู้เชี่ยวชาญมาปรับปรุงในระยะยาว
ค่าเสียโอกาสจากงาน Manual ส่งผลต่อ ROI อย่างไร?
ค่าเสียโอกาสจากงาน Manual มีผลกระทบต่อ ROI ทั้งทางตรงและทางอ้อม ทางตรงคือเวลาที่พนักงานเสียไปกับงานซ้ำซ้อนแทนที่จะใช้เวลานั้นสร้างรายได้
ทางอ้อมคือความผิดพลาดที่เกิดจากการทำงานด้วยมือ ข้อมูลลูกค้าที่ไม่ถูกต้องนำไปสู่การติดตามลูกค้าผิดคน หรือส่งข้อเสนอที่ไม่ตรงกับความต้องการ
ธุรกิจที่มีกระบวนการ Manual มากมักพบว่า Win Rate ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น และ Sales Cycle ยาวนานกว่าคู่แข่ง ปัญหาเหล่านี้สะสมเป็นรายได้ที่หายไปโดยไม่รู้ตัว
ต้นทุนใดบ้างที่มักถูกมองข้ามเมื่อคำนวณ TCO?
ต้นทุนที่มักถูกมองข้ามมีหลายรายการ รายการแรกคือเวลาของทีมงานที่ต้องใช้ในการเรียนรู้ระบบใหม่ ช่วงแรกของการใช้งานระบบใหม่ ทีมงานจะทำงานได้ช้าลงก่อนที่จะคุ้นเคย
รายการที่สองคือค่าเสียโอกาสระหว่างการ Implementation เมื่อทีมต้องโฟกัสกับโปรเจกต์ CRM งานประจำอาจได้รับผลกระทบ
รายการที่สามคือค่าใช้จ่ายในการทำ Data Migration และ Data Cleansing ข้อมูลเก่าที่ไม่สะอาดจะทำให้ระบบใหม่ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ การเตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อนการโยกย้ายจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องนับรวมในงบประมาณ
Ourgreenfish ช่วยคุณคำนวณความคุ้มค่าการปรับปรุง CRM
Ourgreenfish มีประสบการณ์เกือบ 10 ปีในการช่วยธุรกิจไทยปรับปรุงระบบ CRM อย่างเป็นระบบ เราเข้าใจว่าการตัดสินใจจ้างที่ปรึกษาไม่ใช่เรื่องง่าย และตัวเลขที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้มั่นใจขึ้น
บริการ HubSpot Improvement Service ของ Ourgreenfish รวมถึงการประเมินระบบ CRM ปัจจุบัน การวิเคราะห์ Gap และโอกาสในการปรับปรุง รวมถึงการช่วยคำนวณ ROI และ TCO ที่สอดคล้องกับเป้าหมายธุรกิจของคุณ
หากคุณกำลังพิจารณาปรับปรุงระบบ CRM และต้องการคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์จริงกับธุรกิจหลากหลายอุตสาหกรรมในไทย ติดต่อ Ourgreenfish เพื่อเริ่มต้นการประเมินความคุ้มค่าได้เลย
FAQs เกี่ยวกับการคำนวณ ROI และ TCO สำหรับ CRM
ROI ที่ดีสำหรับโปรเจกต์ปรับปรุง CRM ควรอยู่ที่เท่าไหร่?
ROI ที่ดีสำหรับโปรเจกต์ CRM มักอยู่ที่ 200-300% ในระยะเวลา 3 ปี ตัวเลขนี้แตกต่างกันไปตามขนาดธุรกิจและความซับซ้อนของการปรับปรุง
Ourgreenfish ช่วยลูกค้ากำหนดเป้าหมาย ROI ที่สมเหตุสมผลตามสถานการณ์จริงของแต่ละธุรกิจ
ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะคุ้มทุนจากการจ้างที่ปรึกษา CRM?
ระยะเวลาคืนทุนโดยเฉลี่ยสำหรับโปรเจกต์ CRM อยู่ที่ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับขอบเขตของงานและความซับซ้อนของการ Implementation
ธุรกิจที่มีกระบวนการขายที่ชัดเจนและพร้อมนำระบบมาใช้มักเห็นผลลัพธ์เร็วกว่า
ควรรวมค่าใช้จ่ายอะไรบ้างในการคำนวณ TCO?
TCO ควรรวมค่าบริการที่ปรึกษา ค่า License ค่า Implementation ค่า Training ค่า Integration และค่าดูแลรักษารายปี
อย่าลืมรวมต้นทุนทางอ้อมอย่างเวลาของทีมงานที่ต้องใช้ในโปรเจกต์ด้วย Ourgreenfish ช่วยคุณระบุต้นทุนเหล่านี้อย่างครบถ้วน
ค่าเสียโอกาสจากงาน Manual คำนวณอย่างไร?
คำนวณจากจำนวนชั่วโมงที่พนักงานใช้กับงาน Manual คูณกับค่าแรงเฉลี่ยต่อชั่วโมง แล้วคูณกับจำนวนพนักงาน
ตัวอย่างเช่น หากทีม 10 คนเสียเวลาคนละ 5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์กับงานซ้ำซ้อน และค่าแรงเฉลี่ย 300 บาทต่อชั่วโมง ค่าเสียโอกาสต่อเดือนจะอยู่ที่ประมาณ 60,000 บาท
Ourgreenfish ช่วยคำนวณ ROI และ TCO ได้อย่างไร?
Ourgreenfish ช่วยประเมินระบบ CRM ปัจจุบันของคุณ วิเคราะห์ต้นทุนทั้งทางตรงและทางอ้อม และช่วยกำหนดตัวชี้วัดผลประโยชน์ที่คาดหวัง
จากประสบการณ์เกือบ 10 ปีในการทำงานกับธุรกิจไทยหลากหลายอุตสาหกรรม เราเข้าใจบริบทและความท้าทายที่แตกต่างกันของแต่ละธุรกิจ
อ่านบทความเพิ่มเติม : การทำ CRM คือ อะไร มีประโยชน์อย่างไรในการทำธุรกิจ







No Comments