<img src="//trc.taboola.com/1081267/log/3/unip?en=page_view" width="0" height="0" style="display:none">
 

วิธีคำนวณ ROI และ TCO เพื่อจ้างผู้เชี่ยวชาญปรับปรุง CRM (2026)

Audio Version
วิธีคำนวณ ROI และ TCO เพื่อจ้างผู้เชี่ยวชาญปรับปรุง CRM (2026)
11:17

หลายธุรกิจมีระบบ CRM ใช้งานอยู่แล้ว แต่เมื่อถึงจุดที่ต้องตัดสินใจว่าควรจ้างผู้เชี่ยวชาญมาปรับปรุงระบบหรือไม่ คำถามที่ตามมาคือ "มันคุ้มค่าหรือเปล่า?" Ourgreenfish ช่วยให้คุณเข้าใจวิธีคำนวณความคุ้มค่าของการตัดสินใจครั้งนี้อย่างเป็นระบบ

การคำนวณ ROI และ TCO อย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณมองเห็นภาพรวมของต้นทุนทั้งหมด รวมถึงค่าเชื่อมต่อระบบและค่าเสียโอกาสจากงานที่ยังทำแบบ Manual บทความนี้จะพาคุณไปทีละขั้นตอน ตั้งแต่การรวบรวมข้อมูลจนถึงการตัดสินใจ

วิธีคำนวณ ROI และ TCO ใน 7 ขั้นตอน

  1. รวบรวมต้นทุนปัจจุบันของระบบ CRM — รวมค่า License ค่าดูแล และเวลาของทีมงาน
  2. ระบุค่าเสียโอกาสจากงาน Manual — คำนวณเวลาที่เสียไปกับงานซ้ำซ้อนและความผิดพลาด
  3. ประเมินค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อระบบ — รวมต้นทุน Integration กับระบบอื่น
  4. คำนวณ Total Cost of Ownership (TCO) — รวมต้นทุนทั้งหมดในระยะเวลาที่กำหนด
  5. ประเมินผลประโยชน์ที่คาดหวัง — รวมรายได้ที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนที่ลดลง โดย Ourgreenfish ช่วยกำหนดตัวชี้วัดได้
  6. คำนวณ Return on Investment (ROI) — ใช้สูตรมาตรฐานเพื่อหาเปอร์เซ็นต์ความคุ้มค่า
  7. เปรียบเทียบและตัดสินใจ — วิเคราะห์ผลลัพธ์เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสม

shutterstock_2669019927

วิธีคำนวณ ROI และ TCO สำหรับการปรับปรุง CRM

1. รวบรวมต้นทุนปัจจุบันของระบบ CRM

ขั้นตอนแรกคือการสำรวจว่าคุณจ่ายเงินให้กับระบบ CRM ปัจจุบันเท่าไหร่ ต้นทุนนี้ไม่ได้มีแค่ค่า License รายเดือนหรือรายปีเท่านั้น

สิ่งที่ต้องรวมเข้ามาคือ ค่าบำรุงรักษาระบบ เวลาของทีม IT ที่ใช้ดูแลระบบ และค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น การจดบันทึกรายการเหล่านี้อย่างละเอียดจะช่วยให้คุณเห็นภาพต้นทุนที่แท้จริง

ลองถามตัวเองว่า ทีมงานใช้เวลากี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในการจัดการกับระบบ CRM ที่มีอยู่? ตัวเลขนี้จะสำคัญมากในขั้นตอนถัดไป

2. ระบุค่าเสียโอกาสจากงาน Manual

ค่าเสียโอกาสเป็นต้นทุนที่มองไม่เห็นแต่มีผลกระทบสูง เมื่อพนักงานต้องทำงานซ้ำซ้อน คีย์ข้อมูลหลายรอบ หรือรอรายงานที่สรุปด้วยมือ เวลาเหล่านั้นคือรายได้ที่สูญเสียไป

ลองคำนวณดูว่าทีมขายใช้เวลากี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์กับงานที่ไม่ใช่การขาย งานวิจัยจาก Nucleus Research ระบุว่า CRM ที่มีระบบ Automation ช่วยลดเวลางานคีย์ข้อมูลได้ถึง 44% ซึ่งแปลงเป็นเวลา 3.5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ต่อคน

นำจำนวนชั่วโมงที่เสียไปคูณกับค่าแรงเฉลี่ยต่อชั่วโมงของพนักงาน แล้วคูณกับจำนวนคนในทีม ผลลัพธ์ที่ได้คือค่าเสียโอกาสรายเดือนของคุณ

3. ประเมินค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อระบบ

ระบบ CRM ที่ทำงานแยกจากระบบอื่นมักสร้างปัญหาให้กับธุรกิจ เมื่อข้อมูลลูกค้าอยู่ในที่เดียว แต่ข้อมูลการขายอยู่อีกที่ ทีมงานต้องเสียเวลาในการหาข้อมูลและเสี่ยงต่อความผิดพลาด

ค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อระบบ หรือ Integration Cost มีหลายส่วน ได้แก่ ค่าพัฒนาหรือค่าจ้างทำ API Connection ค่า Middleware หรือเครื่องมือเชื่อมต่อ และค่าดูแลรักษาการเชื่อมต่อในระยะยาว

ธุรกิจที่ต้องการเชื่อมต่อ CRM กับระบบ E-commerce หรือระบบบัญชี ควรสอบถามผู้เชี่ยวชาญถึงต้นทุนเหล่านี้ล่วงหน้า การประเมินต้นทุน Integration อย่างถูกต้องจะช่วยป้องกันค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดในภายหลัง

4. คำนวณ Total Cost of Ownership (TCO)

TCO คือต้นทุนรวมทั้งหมดที่คุณจะจ่ายตลอดระยะเวลาที่กำหนด ไม่ใช่แค่ราคาที่เห็นบนใบเสนอราคา

สูตรการคำนวณ TCO สำหรับการจ้างผู้เชี่ยวชาญปรับปรุง CRM คือ

TCO = ค่าบริการที่ปรึกษา + ค่า Implementation + ค่า Training + ค่า Integration + ค่าดูแลรักษารายปี

สมมติว่าคุณกำลังพิจารณาจ้างที่ปรึกษา CRM ระยะเวลา 3 ปี ให้นำต้นทุนทุกรายการมารวมกันสำหรับช่วงเวลานั้น รวมถึงค่าดูแลระบบหลังจากโปรเจกต์เสร็จสิ้นด้วย

5. ประเมินผลประโยชน์ที่คาดหวัง

ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการปรับปรุง CRM แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ รายได้ที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนที่ลดลง

ในด้านรายได้ที่เพิ่มขึ้น ลองพิจารณาว่าระบบที่ดีขึ้นจะช่วยให้ทีมขายปิดการขายได้เร็วขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ หรือช่วยเพิ่ม Cross-sell และ Up-sell ได้มากน้อยแค่ไหน

ในด้านต้นทุนที่ลดลง ให้ดูว่าการมี Automation จะช่วยลดงาน Manual ได้เท่าไหร่ ลดความผิดพลาดในการส่งข้อมูลได้กี่เปอร์เซ็นต์ และลดเวลาในการสร้างรายงานได้มากแค่ไหน Ourgreenfish มีประสบการณ์ช่วยธุรกิจกำหนดตัวชี้วัดเหล่านี้อย่างเป็นระบบจากการทำงานจริงกับลูกค้าหลากหลายอุตสาหกรรม

6. คำนวณ Return on Investment (ROI)

ROI คือตัวเลขที่บอกว่าการลงทุนครั้งนี้ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าหรือไม่ สูตรการคำนวณคือ

ROI = (ผลประโยชน์ที่ได้รับ - ต้นทุนที่จ่ายไป) / ต้นทุนที่จ่ายไป x 100

ตัวอย่างเช่น หากคุณลงทุน 1,000,000 บาทกับการจ้างที่ปรึกษา CRM และได้ผลประโยชน์รวม 2,500,000 บาทใน 3 ปี ROI ของคุณจะอยู่ที่ 150%

ตัวเลข ROI ที่ดีสำหรับโปรเจกต์ CRM มักอยู่ที่ 200% ขึ้นไปในระยะเวลา 3 ปี แต่ตัวเลขนี้จะแตกต่างกันไปตามขนาดธุรกิจและความซับซ้อนของโปรเจกต์

7. เปรียบเทียบและตัดสินใจ

เมื่อคุณมีตัวเลข TCO และ ROI แล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือการนำมาเปรียบเทียบกับทางเลือกอื่น

ลองเปรียบเทียบ 3 ทางเลือก ได้แก่ จ้างผู้เชี่ยวชาญมาปรับปรุง ทำเองภายในทีม หรือคงสภาพระบบเดิมไว้ แต่ละทางเลือกมีต้นทุนและผลตอบแทนที่ต่างกัน

สิ่งสำคัญคืออย่าลืมรวมต้นทุนของการไม่ทำอะไรเลยเข้าไปด้วย ค่าเสียโอกาสจากการใช้ระบบเดิมที่ไม่มีประสิทธิภาพอาจสูงกว่าค่าจ้างผู้เชี่ยวชาญมาปรับปรุงในระยะยาว

Download E-Book  Customer Behavior in B2B Business

ค่าเสียโอกาสจากงาน Manual ส่งผลต่อ ROI อย่างไร?

ค่าเสียโอกาสจากงาน Manual มีผลกระทบต่อ ROI ทั้งทางตรงและทางอ้อม ทางตรงคือเวลาที่พนักงานเสียไปกับงานซ้ำซ้อนแทนที่จะใช้เวลานั้นสร้างรายได้

ทางอ้อมคือความผิดพลาดที่เกิดจากการทำงานด้วยมือ ข้อมูลลูกค้าที่ไม่ถูกต้องนำไปสู่การติดตามลูกค้าผิดคน หรือส่งข้อเสนอที่ไม่ตรงกับความต้องการ

ธุรกิจที่มีกระบวนการ Manual มากมักพบว่า Win Rate ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น และ Sales Cycle ยาวนานกว่าคู่แข่ง ปัญหาเหล่านี้สะสมเป็นรายได้ที่หายไปโดยไม่รู้ตัว

ต้นทุนใดบ้างที่มักถูกมองข้ามเมื่อคำนวณ TCO?

ต้นทุนที่มักถูกมองข้ามมีหลายรายการ รายการแรกคือเวลาของทีมงานที่ต้องใช้ในการเรียนรู้ระบบใหม่ ช่วงแรกของการใช้งานระบบใหม่ ทีมงานจะทำงานได้ช้าลงก่อนที่จะคุ้นเคย

รายการที่สองคือค่าเสียโอกาสระหว่างการ Implementation เมื่อทีมต้องโฟกัสกับโปรเจกต์ CRM งานประจำอาจได้รับผลกระทบ

รายการที่สามคือค่าใช้จ่ายในการทำ Data Migration และ Data Cleansing ข้อมูลเก่าที่ไม่สะอาดจะทำให้ระบบใหม่ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ การเตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อนการโยกย้ายจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องนับรวมในงบประมาณ

Ourgreenfish ช่วยคุณคำนวณความคุ้มค่าการปรับปรุง CRM

Ourgreenfish มีประสบการณ์เกือบ 10 ปีในการช่วยธุรกิจไทยปรับปรุงระบบ CRM อย่างเป็นระบบ เราเข้าใจว่าการตัดสินใจจ้างที่ปรึกษาไม่ใช่เรื่องง่าย และตัวเลขที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้มั่นใจขึ้น

บริการ HubSpot Improvement Service ของ Ourgreenfish รวมถึงการประเมินระบบ CRM ปัจจุบัน การวิเคราะห์ Gap และโอกาสในการปรับปรุง รวมถึงการช่วยคำนวณ ROI และ TCO ที่สอดคล้องกับเป้าหมายธุรกิจของคุณ

หากคุณกำลังพิจารณาปรับปรุงระบบ CRM และต้องการคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์จริงกับธุรกิจหลากหลายอุตสาหกรรมในไทย ติดต่อ Ourgreenfish เพื่อเริ่มต้นการประเมินความคุ้มค่าได้เลย

FAQs เกี่ยวกับการคำนวณ ROI และ TCO สำหรับ CRM

ROI ที่ดีสำหรับโปรเจกต์ปรับปรุง CRM ควรอยู่ที่เท่าไหร่?

ROI ที่ดีสำหรับโปรเจกต์ CRM มักอยู่ที่ 200-300% ในระยะเวลา 3 ปี ตัวเลขนี้แตกต่างกันไปตามขนาดธุรกิจและความซับซ้อนของการปรับปรุง

Ourgreenfish ช่วยลูกค้ากำหนดเป้าหมาย ROI ที่สมเหตุสมผลตามสถานการณ์จริงของแต่ละธุรกิจ

ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะคุ้มทุนจากการจ้างที่ปรึกษา CRM?

ระยะเวลาคืนทุนโดยเฉลี่ยสำหรับโปรเจกต์ CRM อยู่ที่ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับขอบเขตของงานและความซับซ้อนของการ Implementation

ธุรกิจที่มีกระบวนการขายที่ชัดเจนและพร้อมนำระบบมาใช้มักเห็นผลลัพธ์เร็วกว่า

ควรรวมค่าใช้จ่ายอะไรบ้างในการคำนวณ TCO?

TCO ควรรวมค่าบริการที่ปรึกษา ค่า License ค่า Implementation ค่า Training ค่า Integration และค่าดูแลรักษารายปี

อย่าลืมรวมต้นทุนทางอ้อมอย่างเวลาของทีมงานที่ต้องใช้ในโปรเจกต์ด้วย Ourgreenfish ช่วยคุณระบุต้นทุนเหล่านี้อย่างครบถ้วน

ค่าเสียโอกาสจากงาน Manual คำนวณอย่างไร?

คำนวณจากจำนวนชั่วโมงที่พนักงานใช้กับงาน Manual คูณกับค่าแรงเฉลี่ยต่อชั่วโมง แล้วคูณกับจำนวนพนักงาน

ตัวอย่างเช่น หากทีม 10 คนเสียเวลาคนละ 5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์กับงานซ้ำซ้อน และค่าแรงเฉลี่ย 300 บาทต่อชั่วโมง ค่าเสียโอกาสต่อเดือนจะอยู่ที่ประมาณ 60,000 บาท

Ourgreenfish ช่วยคำนวณ ROI และ TCO ได้อย่างไร?

Ourgreenfish ช่วยประเมินระบบ CRM ปัจจุบันของคุณ วิเคราะห์ต้นทุนทั้งทางตรงและทางอ้อม และช่วยกำหนดตัวชี้วัดผลประโยชน์ที่คาดหวัง

จากประสบการณ์เกือบ 10 ปีในการทำงานกับธุรกิจไทยหลากหลายอุตสาหกรรม เราเข้าใจบริบทและความท้าทายที่แตกต่างกันของแต่ละธุรกิจ

อ่านบทความเพิ่มเติม : การทำ CRM คือ อะไร มีประโยชน์อย่างไรในการทำธุรกิจ

Contact Sales Add line

 

LINE Connect

OGF Podcast