ยกระดับธุรกิจด้วยฟีเจอร์ Onboarding Plans จาก HubSpot

Audio Version
ยกระดับธุรกิจด้วยฟีเจอร์ Onboarding Plans จาก HubSpot
7:28

หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่ให้บริการแบบ B2B, SaaS หรือธุรกิจที่ต้องมีการดูแลลูกค้าระยะยาว คุณคงทราบดีว่าช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในการชี้วัดว่าลูกค้าจะอยู่กับเราไปนานๆ หรือจะยกเลิกสัญญา (Churn) ก็คือช่วง "เริ่มต้นใช้งาน" หรือกระบวนการดูแลลูกค้าใหม่ การมี Onboarding Plans ที่เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ จึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็น "ทางรอด" ของธุรกิจในยุคปัจจุบัน ล่าสุดแพลตฟอร์มอย่าง HubSpot ได้ปล่อยอัปเดตที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการทำ Onboarding โดยเฉพาะ

ฟีเจอร์ Onboarding Plans คืออะไร?

HubSpot ได้เปิดตัวความสามารถใหม่ที่ทำให้ทีมดูแลความสำเร็จของลูกค้า (Customer Success Teams) สามารถจัดการ Onboarding Plans และโปรเจกต์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความสำเร็จของลูกค้าได้อย่างครบวงจรภายในระบบเดียว

โดยทีมของคุณจะสามารถ วางแผน (Plan), ลงมือปฏิบัติ (Execute), และติดตามผล (Track) โปรเจกต์การดูแลลูกค้าใหม่ได้อย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น ผ่านการใช้ระบบจัดการงานที่ถูกจัดโครงสร้างมาอย่างดี (Structured Tasks) การกำหนดหมุดหมายสำคัญ (Milestones) และการออกรายงาน (Reporting) ที่แม่นยำ ทุกอย่างนี้เกิดขึ้นและจบลงได้เลยในแพลตฟอร์มของ HubSpot

ทำไมเจ้าของธุรกิจถึงต้องให้ความสำคัญ?

ในมุมมองของผู้บริหารและเจ้าของธุรกิจ การอัปเดตนี้เข้ามาแก้ "Pain Point" ที่หลายองค์กรกำลังเผชิญอยู่ได้อย่างตรงจุด แบ่งออกเป็น 2 ประเด็นหลัก ดังนี้

1. การแก้ปัญหาความต้องการของผู้ใช้งาน (User Need)

ที่ผ่านมา ทีม Customer Success มักจะต้องปวดหัวกับกระบวนการทำงานที่ "กระจัดกระจายและไม่สม่ำเสมอ" (Fragmented & Inconsistent) การทำ Onboarding Plans ให้ลูกค้าแต่ละรายมักจะถูกแยกไปอยู่ตามเครื่องมือต่าง ๆ (Multiple Tools) เช่น ใช้ Spreadsheet ในการเช็กลิสต์งาน, ใช้แอปฯ แชทในการตามงาน และใช้ระบบอื่นเก็บข้อมูลลูกค้า ทำให้ข้อมูลไม่เชื่อมโยงกัน ส่งผลให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ไม่ลื่นไหล และทีมงานเองก็ทำงานซ้ำซ้อน

2. ประโยชน์ที่ธุรกิจจะได้รับ (Benefit)

การอัปเดตโปรเจกต์นี้ช่วยให้ทีมงานของคุณสามารถบริหารจัดการ Onboarding Plans ทั้งหมดได้ใน Single Location สิ่งที่คุณจะได้กลับมาคือ

  • ความโปร่งใสและวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน (Clear Visibility): คุณจะเห็นสถานะการทำงาน, ความเสี่ยงที่อาจทำให้ลูกค้าไม่พอใจ (Risks), และความคืบหน้าของลูกค้าทุกรายได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
  • การขยายสเกลธุรกิจ (Scalable & Repeatable Processes): เมื่อทุกอย่างเป็นระบบ ธุรกิจของคุณจะสามารถสร้างกระบวนการทำงานที่ "ทำซ้ำได้" ไม่ว่าจะมีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นอีกกี่ร้อยกี่พันราย มาตรฐานการดูแลลูกค้าก็จะยังคงยอดเยี่ยมและขยายสเกลตามการเติบโตของบริษัทได้ทันที

ระบบนี้ทำงานอย่างไร?

สำหรับวิธีการใช้งานและกลไกการทำงานของระบบ HubSpot ได้ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายและสอดคล้องกับพฤติกรรมการทำงานของทีม Customer Success โดยมีขั้นตอนและฟีเจอร์เด่น ๆ ดังนี้

shutterstock_2754927277

1. การสร้างและจัดการโปรเจกต์ (Creating and Managing Projects)

ผู้ใช้งานสามารถเข้าไปที่ "Customer Success Workspace" ในหน้าแดชบอร์ดของ HubSpot พื้นที่ทำงานนี้ถูกออกแบบมาเพื่อการดูภาพรวมและบริหารจัดการโปรเจกต์ของลูกค้าโดยเฉพาะ ทำให้ทีมงานไม่ต้องสลับหน้าจอไปมาให้วุ่นวาย

2. ไปป์ไลน์และประเภทโปรเจกต์แบบใหม่ (New Pipeline and Project Type)

  • ไปป์ไลน์เริ่มต้นสำหรับ Onboarding: สำหรับลูกค้าที่ใช้งาน Service Hub รายใหม่ทุกคน ระบบจะทำการสร้างโปรเจกต์ไปป์ไลน์ที่ชื่อว่า "Onboarding" ให้โดยอัตโนมัติ (By Default) ช่วยให้ทีมสามารถเริ่มลากงานตามสเตจต่าง ๆ ได้ทันที
  • ตัวเลือก Project Type ใหม่: มีการเพิ่มตัวเลือกประเภทโปรเจกต์คือ "Service - Onboarding" เพื่อใช้เป็นตัวระบุอย่างชัดเจนว่าโปรเจกต์นี้คือกระบวนการรับรองลูกค้าใหม่ ซึ่งการตั้งค่านี้มีความสำคัญมาก เพราะมันจะอนุญาตให้ข้อมูลของโปรเจกต์ถูกส่งไปแสดงผลใน "Customer Success Rooms" และเชื่อมโยงไปยังหน้ารายงานผล (Default Reports) ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

B2B Growth in AI Era

ข้อมูลเจาะลึก: 5 รีพอร์ตใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้บริหาร (Reporting)

เพื่อตอบโจทย์เรื่องการวัดผลที่ผู้บริหารต้องการ HubSpot ได้เพิ่มรายงานสำเร็จรูปพร้อมใช้งาน (Out-of-the-box Reports) มาให้ถึง 5 รูปแบบ ซึ่งจะช่วยให้คุณประเมินประสิทธิภาพของ Onboarding Plans ได้อย่างเฉียบขาด

  1. จำนวนโปรเจกต์ในแต่ละสเตจ (Number of projects in each stage): ทำให้รู้ว่าตอนนี้ลูกค้าใหม่กระจุกตัวอยู่ที่ขั้นตอนไหน ทีมงานคอขวดอยู่ที่ใดหรือไม่
  2. ระยะเวลาที่ใช้ในแต่ละสเตจ (Time spent in each stage): วัดความรวดเร็วในการให้บริการ หากมีสเตจไหนใช้เวลานานผิดปกติ คุณสามารถเข้าไปแก้ปัญหาได้ทัน
  3. แผนงานที่วางไว้เปรียบเทียบกับเวลาจริง (Planned vs. actual timeline): รายงานนี้สำคัญมากสำหรับธุรกิจ เพราะช่วยสะท้อนให้เห็นว่าทีมงานสามารถส่งมอบความสำเร็จให้ลูกค้าได้ตามเวลาที่ให้สัญญาไว้หรือไม่

  4. การกระจายตัวของสถานะโปรเจกต์ (Status distribution): ดูภาพรวมว่าโปรเจกต์ทั้งหมดกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี (On Track) หรือมีความเสี่ยง (At Risk) มากน้อยเพียงใด
  5. การกระจายตัวของการมีส่วนร่วม (Engagement distribution): ช่วยให้เห็นว่าลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์หรือให้ความร่วมมือกับกระบวนการ Onboarding ของเรามากน้อยแค่ไหน

New call-to-action

ใครสามารถใช้งานฟีเจอร์นี้ได้บ้าง?

หากคุณสนใจที่จะนำระบบนี้ไปใช้งานเพื่อปรับปรุง Onboarding Plans ขององค์กร ฟีเจอร์นี้เปิดให้ใช้งานสำหรับผู้ที่ใช้แพ็กเกจ

  • Service Hub Professional
  • Service Hub Enterprise

บทสรุป

การสร้างประสบการณ์ที่ดีในช่วงเริ่มต้น หรือ Onboarding Plans คือกุญแจสำคัญในการรักษาลูกค้าให้อยู่กับธุรกิจของคุณไปยาวนาน การที่ HubSpot พัฒนาฟีเจอร์ Onboarding Projects ขึ้นมาโดยเฉพาะ เป็นการช่วยติดอาวุธให้ทีม Customer Success ของคุณทำงานได้เป็นระบบ ลดข้อผิดพลาดจากเครื่องมือที่หลากหลาย และมอบข้อมูลเชิงลึก (Insights) ผ่านรีพอร์ตทั้ง 5 ตัวที่จะช่วยให้เจ้าของธุรกิจตัดสินใจและขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างมั่นใจและทรงพลังมากยิ่งขึ้น

อ้างอิง: HubSpot. (2026). Onboarding Plans. Retrieved from https://app.hubspot.com/l/product-updates/?rollout=284992

อ่านบทความเพิ่มเติม: HubSpot Product Update: จัดลำดับ Bookmarks เอง สะดวกและประหยัดเวลา 

Contact Sales Add line

 

LINE Connect

OGF Podcast