<img src="//trc.taboola.com/1081267/log/3/unip?en=page_view" width="0" height="0" style="display:none">
 

Top 10 เทรนด์สำหรับ Digital Transformation ในปี 2017 (ตอนแรก)

การพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ digital technology ทำให้เกิด Digital transformation ที่ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่มีส่วนในการเปลี่ยนวิถีการดำเนินธุรกิจในโลกปัจจุบัน

10 อันดับเทรนด์ของ Digital Transformation สำหรับปี 2017

1. การปรับตัวคือกุญแจที่สำคัญยิ่งในการนำไปสู่ความสำเร็จ

ไม่ว่าคุณจะต้องการหรือไม่ก็ตาม การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นอย่างหลีกหลี่ยงไม่ได้ในธุรกิจแทบทุกแขนง เหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเทคโนโลยีคลาวด์ในปี 2016 องค์กรสมัยใหม่จะประสบความสำเร็จเมื่อสามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของตลาดและนำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาใช้ในองค์กรและการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม digital transformation ไม่ได้หมายความถึงการเป็นแค่เพียงเทคโนโลยี แต่หมายถึงการนำเอาพลังของเทคโนโลยีเข้ามารวมกับวัฒนธรรมขององค์กรเพื่อช่วยในการขับเคลื่อนธุรกิจ

 

2. ประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้จะสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ

ประสบการณ์ใช้งานของลูกค้าถือเป็นหนึ่งเป้าหมายสูงสุดของการใช้ digital transformation ทั้งนี้ก็เป็นเพราะลูกค้ามีควารระมัดระวังในการใช้งานมากกว่าเมื่อก่อนและพวกเขาจะหันหลังให้แบรนด์ทันทีหากสินค้าและบริการไม่ไปด้วยกันกับความต้องการ การส่งเสริมทางด้านประสบการณ์ของผู้ใช้ที่ดีที่สุดคือการหาแนวทางที่จะทำให้ลูกค้ามีส่วนร่วมกับแบรนด์ และนี่คือตัวอย่างที่จะทำให้ลูกค้ามีทัศนคติและความรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้มีส่วนร่วมกับแบรนด์ของคุณ

10 แนวโน้มที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ ให้ประสบความสำเร็จในอนาคต

ตัวอย่าง องค์กรธุรกิจควรมีการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าของตัวเองว่ามีการเข้าถึงสื่อของบริษัทจากทางใดบ้าง เพื่ออำนวยความสะดวกให้การทำงานของสื่อในทุกๆช่องทางเป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกดีในการเข้ามาใช้บริการ

 

3. นวัตกรรมควรเกิดขึ้นเรื่อยๆ

 นวัตกรรมเชิงรุกคือวิธีที่ดีและได้ผลในการแข่งขันในตลาดที่กำลังพัฒนา ทั้งนี้เทคโนโลยีใหม่ ๆ จำเป็นต้องได้รับการประเมิน ทดสอบ วิเคราะห์และตัดสินที่จะใช้งานเร็วกว่าที่เคย เพราะธุรกิจไม่สามารถที่จะเสียเวลาและทรัพยากรที่ใช้เครื่องมือใหม่ ๆ ไปกับการใช้งานที่ไม่เกิดคุณค่าและไม่เกิดประโยชน์ ซึ่งหมายความว่าคุณต้องมีคำว่า "ล้มเหลวให้เร็ว เพื่อประสบความสำเร็จให้เร็วขึ้น" ในความคิด บางโครงการทำงานได้ทันทีและมีแนวทางดำเนินงานตรงๆ ในขณะที่โครงการอื่น ๆ อาจมีเส้นแนวทางการดำเนินงานและการเรียนรู้ที่เป็นแบบหลบเลี่ยงและไม่สามารถดำเนินงานตรงๆได้

ยิ่งองค์กรของคุณสามารถดำเนินงานตั้งแต่แนวคิดไปจนถึงการใช้งานได้เร็วมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งสามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจ จากการเกิดขึ้นความเปลี่ยนแปลง การเข้าถึงตลาดและการปรับรูปแบบธุรกิจภายในได้ เราได้พูดถึงความสามารถในการปรับตัวไปแล้ว แต่ก็มีบทบาทสำคัญอื่นๆอีกเช่นกัน หากบริษัทของคุณมีวัฒนธรรมการปรับตัวเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้สามารถทำงานรวมกันได้ง่ายก็จะยิ่งมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในระยะยาว

 

4. ยืดหยุ่นต่อการทำงานทางไกล

ผู้เชี่ยวชาญรุ่นใหม่ชอบความยืดหยุ่นในการทำงาน เทคโนโลยีการติดต่อทางไกล อย่างโทรศัพท์มือถือและการใช้อินเตอร์เน็ตแบนด์วิดท์จะช่วยให้ธุรกิจสามารถติดต่อกับผู้เชี่ยวชาญ และคนทำงานที่มีความสามารถได้ทุกที่ในโลก พนักงานแบบสัญญาจ้างและพนักงานอิสระ (freelance) ชื่อชอบที่จะทำงานได้จากที่บ้านหรือจากการนั่งอยู่ในร้านกาแฟ บริษัทจะได้รับประโยชน์จากการที่สามารถจ้างพนักงานที่มีคุณภาพได้ในทุกที่ทุกเวลา

 

5. ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AR (augmented reality) และ VR (virtual reality)

 จากความสำเร็จแบบสุดๆของ Pokémon GO เทคโนโลยี AR ถือเป็นสัญญาณปลุกธุรกิจที่ยังไม่สามารถมองเห็นศักยภาพของเทคโนโลยี AR และ VR ได้ จากเทคโนโลยีที่เคยถูกจำกัดขอบเขตแค่เพียงใช้งานในการเล่นเกม เปลี่ยนไปสู่การใช้ AR และ VR เป็นแนวทางใหม่ในการเชื่อมต่อกับลูกค้าและการสร้างการมีส่วนร่วมที่น่าจดจำและเป็นเอกลักษณ์ ความนิยมของ AR และ VR ยังเป็นการเปิดประตูสำหรับบรรยากาศการทำงานที่เหมือนกับการเล่นเกมให้เกิดในที่ทำงาน ด้วยการสร้างการติดต่อสื่อสารระหว่างลูกค้าและธุรกิจให้เป็นเรื่องที่ไม่น่าเบื่อ

อ่านต่อ 10 อันดับเทรนด์ของ Digital Transformation สำหรับปี 2017

New call-to-action 

MarTech Webinar

สามารถติดตามข่าวสารจาก Ourgreenfish ได้ที่ Facebook และ Twitter

Cr. forbes.com, blog.plista.com, prweb.com, schoolsplus.co.uk, kingslandusa.net

Ourgreenfish LINE Connect

ติดตามสาระความรู้เกี่ยวกับ
Digital Marketing และเทคโนโลยีได้ที่ Ourgreenfish Connect

 

Recent Posts