<img src="//trc.taboola.com/1081267/log/3/unip?en=page_view" width="0" height="0" style="display:none">
 

ประยุกต์ใช้งานหุ่นยนต์ และ AI กับการทำงานในชีวิตประจำวันได้อย่างไร?

ในปัจจุบันการ ประยุกต์ใช้งานหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติและปัญญาประดิษฐ์ เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันและจะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในอนาคต ไม่เพียงแต่ในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้น ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีด้านต่างๆ สำหรับยกระดับคุณภาพชีวิต ไม่ว่าจะเป็น HealthTech เทคโนโลยีเพื่อดูแลเรื่องสุขภาพ, FoodTech เทคโนโลยีเกี่ยวข้องกับอาหารและเกษตรกรรม,การอำนวยความสะดวกในที่อยู่อาศัย รวมถึงความปลอดภัย, การกู้ภัย แม้กระทั่งความบันเทิงและสันทนาการ เป็นต้น

ประยุกต์ใช้งานหุ่นยนต์ และ AI ได้อย่างไร?

ประยุกต์ใช้งานหุ่นยนต์

Da Vinci Surgical System
การผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดที่เรียกว่า Robotic assisted surgery ในคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลนี้เป็นการใช้ระบบ da Vinci Surgical System ในการผ่าตัด โดยการผ่าตัดมีการ ประยุกต์ใช้งานหุ่นยนต์ ด้วยระบบดังกล่าวประกอบด้วยสามองค์ประกอบหลักๆ คือ ชุดควบคุม หรือสั่งการ (Surgeon’s console), ตัวหุ่นยนต์ (surgical cart) ที่มีแขน 4 แขน โดย 1 แขนทำหน้าที่ถือกล้องที่มีคุณภาพสูง ส่วนอีก 3 แขน ใช้ในการผ่าตัดโดยมีแพทย์เป็นผู้ควบคุม และชุดควบคุมภาพ และส่วนประกอบอื่นๆ โดยหุ่นยนต์ที่ใช้ในการผ่าตัดนี้จะอาศัยการถ่ายทอดสัญญาณไปยังแขนของหุ่นยนต์ ซึ่งจะมีเครื่องมือเล็กยาวผ่านรูที่เจาะผ่านเข้าช่องท้องและทำการผ่าตัดตามที่แพทย์ต้องการ เช่น กรีด ตัด หรือเย็บเนื้อเยื่อโดยการเคลื่อนไหวของเครื่องมือจะเป็นไปตามการหมุนของมือแพทย์ที่ควบคุมอยู่ที่ชุดควบคุมหรือสั่งการ ประกอบกับการมองเห็นภาพที่เป็น 3 มิติ ที่สามารถบอกความลึกของเนื้อเยื่อและความชัดสูงทำให้การผ่าตัดเป็นอย่างแม่นยำและลดขั้นตอนความยุ่งยากในการผ่าตัด

บริษัท SPREAD Co.
บริษัทที่ทำเกษตรกรรมในอาคารระบบปิด เปิดตัว Robot Farm หุ่นยนต์เกษตรกรที่เมืองกาเมโอกะ จังหวัดเกียวโต ซึ่งหุ่นยนต์นี้จะทำหน้าที่ในการดูแลพืช ตั้งแต่การใส่ปุ๋ย ตรวจสอบโรค ไปจนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิต มีเพียงขั้นตอนการหว่านเมล็ดเพื่อเริ่มปลูกเท่านั้นที่เป็นฝีมือของมนุษย์ หากใช้คนในการดูแลจะสามารถผลิตผักกาดหอมได้ 21,000 ต้นต่อวัน แต่หากใช้หุ่นยนต์เกษตรกรจะสามารถผลิตผักกาดหอมได้ถึง 50,000 ต้นต่อวันที่สำคัญยังสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านแรงงานได้ถึง 50% การหันมาใช้หลอดส่องสว่างแบบ LED ซึ่งช่วยลดค่าไฟสำหรับแสงสว่างลงเหลือแค่ 1 ใน 3 รวมทั้งการใช้น้ำซึ่งผ่านกระบวนการรีไซเคิลมากถึง 98% ของปริมาณน้ำที่ใช้ในกระบวนการทั้งหมดซึ่งช่วยลดต้นทุนเรื่องน้ำ 

Amazon
ถือเป็นผู้นำการใช้หุ่นยนต์อัตโนมัติในธุรกิจมากที่สุดรายหนึ่ง โดยเริ่มนำหุ่นยนต์ของบริษัท Kiva Systems เข้ามาใช้งานในโกดังสินค้าราวปี 2014 ก่อนที่ Amazon จะเข้าซื้อกิจการและเปลี่ยนชื่อมาเป็น Amazon Robotics ปัจจุบันมีหุ่นยนต์มากกว่า 100,000 ตัว ทั่วโลก หุ่นยนต์Kiva จะส่งสินค้าในศูนย์กระจายสินค้า ซึ่งระบบนี้จะลดเวลาและความผิดพลาด จากการทำงานภายในคลังสินค้าแบบดั้งเดิม

นี่เป็นเพียงตัวอย่างบริษัทที่นำหุ่นยนต์และเทคโนโลยีAIมาใช้ในการทำงานโดยในอนาคตแนวโน้มการนำหุ่นยนต์และเทคโนโลยีAIมาใช้มีเพิ่มขึ้นอย่างรวดรวด ย่อมส่งผลกระทบต่อแรงงานมนุษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วเราจะปรับตัวอย่างไรในโลกการทำงานของหุ่นยนต์และเทคโนโลยีAI การเพิ่มทักษะที่ปัจจุบันหุ่นยนต์และเทคโนโลยีAIยังไม่สามารถทำงานได้ จึงเป็นทางเลือกที่สำคัญในการปรับตัวของแรงงานคน

shutterstock_695764828

จากการอ้างอิงของ The Future of Jobs จัดทำขึ้นโดย World Economic Forum เผย 10 ทักษะที่ตลาดงานทั่วโลกต้องการ ในปี 2020 ครอบคลุมกับทุกสายงาน ทุกระดับการทำงาน มีดังนี้

  1. ทักษะในการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน (Complex Problem Solving) 
  2. ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking)
  3. ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)
  4. การบริหารจัดการบุคคล (People Management) 
  5. การทำงานร่วมกัน (Coordinating with Others)
  6. ความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence) 
  7. ทักษะการประเมิน และตัดสินใจ (Judgment and Decision Making)
  8. ใจรักในงานบริการ (Service Orientation)
  9. การเจรจาต่อรอง (Negotiation)
  10. ความยืดหยุ่นทางปัญญา (Cognitive Flexibility)

กล่าวโดยสรุปได้ว่าทักษะที่สำคัญเบื้องต้นในการปรับตัวให้เข้ากับการทำงานในยุคหุ่นยนต์และเทคโนโลยีAI คือทักษะ Soft Skill (ความสามารถด้านสังคม)

  • ทักษะในการทำงานกับผู้อื่น ซึ่งเกี่ยวข้องกับเป็น Leadership คือทักษะในการเป็นผู้นำ รู้ว่าสถานการณ์ไหนต้องไกด์ยังไงและ Teamwork ทักษะในการทำงานเป็นทีมกับผู้อื่น 
  • ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ (Critical thinking) ทักษะในการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน (Complex Problem Solving) ทักษะในการคิดวิเคราะห์และทักษะในการแก้ปัญหา (Problem Solving) เพราะ AI ยังถนัดเรื่องเฉพาะทางมากกว่าเรื่องทั่วไป การมองภาพรวม การเชื่อมโยงสิ่งต่างๆได้ก็สามารถควบคุมAIได้เช่นเดียวกัน
  • ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) ทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งจะเอามาใช้ในการทำงานและการคิดแก้ปัญหา ไม่เพียงการใช้ตรรกะเท่านั้น งานบางประเภทเช่น ศิลปิน นักดนตรี และงานศิลปะที่ใช้อารมณ์ ก็ใช้อารมณ์เข้ามาใช้ในการทำงานด้วยซึ่งปัจจุบันนี้AIยังไม่สามารถเข้าใจในสิ่งนี้ได้

การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดนวัตกรรมมากมายที่จะนำมาปรับปรุงในวิธีการทำงานของโลก รวมถึงการใช้ชีวิตให้ดีขึ้น พลังที่ยิ่งใหญ่ของเทคโนโลยีคือการช่วยขยายและเสริมสมรรถนะของมนุษย์ หัวใจสำคัญก็คือการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเหล่านี้ เรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของตนเองเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต

 

 

ที่มา : [1], [2], [3], [4], [5]

New call-to-action

Ourgreenfish LINE Connect

ติดตามสาระความรู้เกี่ยวกับ
Digital Marketing และเทคโนโลยีได้ที่ Ourgreenfish Connect

 

Recent Posts