ทำไมฟีเจอร์นี้ถึงสำคัญกับธุรกิจของคุณ?
ในมุมมองของการบริหารทีมขาย "ความราบรื่นในการทำงาน (Workflow)" คือหัวใจสำคัญ
ก่อนหน้านี้ การที่ทีมชายต้องคอยเข้าไปเช็กกิจกรรมของ Prospecting Agent ในอีกหน้าต่างหนึ่ง มักจะถูกละเลยหากขั้นตอนนั้นไม่ได้อยู่ใน Daily Workflow ผลที่ตามมาคือ Leads ที่ควรได้รับการตรวจสอบถูกปล่อยทิ้งไว้ และบริษัทที่ระบบ AI วิเคราะห์มาอย่างดีว่ามีแนวโน้มจะซื้อ กลับไม่ได้รับการติดต่อกลับ
การนำข้อมูลกิจกรรมของ Prospecting Agent เข้ามาผสานรวมไว้ในหน้า CRM ที่ทีมขายเปิดใช้เป็นหน้าแรกของวัน จึงเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ช่วยให้พนักงานขายสามารถ "ลงมือทำ (Act on it)" ได้ทันทีในพื้นที่ที่พวกเขาคุ้นเคย ปิดรอยรั่วใน Sales Pipeline ได้อย่างหมดจด
เจาะลึกการทำงาน: ใช้งานอย่างไรและมีอะไรใหม่บ้าง?
ฟีเจอร์นี้ถูกออกแบบมาให้เข้าถึงง่ายและให้ข้อมูลเชิงลึก แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ดังนี้
1. ความพร้อมในการใช้งาน (Available to):
- Contact View ("Prospecting Agent contacts"): เปิดให้ลูกค้าทุกคนใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบแล้ว (General Availability - GA)
- Company View ("Prospecting Agent"): เปิดให้ลูกค้าทุกคนใช้งานในรูปแบบ Beta (ต้องเข้าร่วมโครงการทดสอบ Prospecting Agent Beta ก่อน)
2. วิธีการเพิ่มมุมมองเข้าสู่หน้า CRM (How to Add the View): ขั้นตอนการเปิดใช้งานมุมมองดังกล่าวสำหรับทีมขายสามารถทำได้อย่างง่ายดาย เพียงไปที่หน้าจอ CRM ในส่วน Contacts หรือ Companies แล้วเลือกคลิกปุ่ม "Add View" จากนั้นค้นหาในหมวด HubSpot Provided (ชุดมุมมองมาตรฐานจากระบบ) คุณจะสามารถเข้าถึงมุมมองสำหรับ Prospecting Agent ได้ทันที

3. คอลัมน์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาเพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อมูล (New Columns)
เมื่อเปิดใช้งานมุมมองนี้ คุณจะพบกับคอลัมน์ข้อมูลชุดใหม่ที่จะช่วยให้ทีมขายทำงานได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น

สำหรับฝั่งผู้ติดต่อ (Contacts)
- Prospecting Agent Enrollment Status: แสดงสถานะกระบวนการของ Agent (เช่น Ready for review, In progress, Finished) ในทุกมุมมอง CRM พร้อมให้ทีมขายกดรีวิวอีเมล (View email) ก่อนส่งได้ทันที
สำหรับฝั่งบริษัท (Companies)
- Suggested Contact Count (จำนวนผู้ติดต่อที่แนะนำ): ช่วยให้เห็นภาพรวมได้ว่า บริษัทเป้าหมายมีรายชื่อบุคคลที่ระบบแนะนำให้ติดต่อกี่คน โดยสามารถกดเข้าไปตรวจสอบทั้งตัวบุคคลและข้อความ (Outreach) ที่ Prospecting Agent ร่างเตรียมไว้ให้ได้เลย
- Max Recommendation Score (คะแนนแนะนำสูงสุด): แสดงให้เห็นว่า Prospecting Agent แนะนำบริษัทนี้มากน้อยแค่ไหน (ให้คะแนนความน่าจะเป็น) ช่วยให้สามารถ "จัดลำดับความสำคัญ (Prioritize)" ได้ถูกจุดว่าควรทุ่มเทเวลาไปที่บริษัทใดก่อนเพื่อโอกาสปิดการขายที่สูงที่สุด
- Reason to Reach Out (เหตุผลที่ควรติดต่อ): ระบบ AI ไม่ได้แค่แนะนำชื่อ แต่ยังให้ "บริบท (Context)" หรือเหตุผลว่าทำไมบริษัทนี้ถึงเหมาะสม (Good fit) และควรเริ่มต้นบทสนทนาด้วยเรื่องอะไร ทำให้ไม่ต้องเดาทาง และดูเป็นมืออาชีพมากขึ้นเมื่อติดต่อไปหาลูกค้า
ใครบ้างที่สามารถใช้งานฟีเจอร์นี้ได้?
หากคุณสนใจนำระบบนี้ไปใช้เพื่ออัปเกรดทีมขาย ฟีเจอร์ Prospecting Agent นี้เปิดให้ใช้งานได้สำหรับผู้ที่ใช้แพ็กเกจ Sales Hub ระดับ Starter, Professional และ Enterprise ขึ้นไป
(ข้อควรระวัง: สำหรับหน้าต่าง Company View จะสามารถใช้งานได้ก็ต่อเมื่อ Portal ของคุณได้ทำการลงทะเบียนเข้าร่วมโปรแกรม Smarter Prospecting Agent Public Beta เป็นที่เรียบร้อยแล้วเท่านั้น)
สรุปทิ้งท้าย
ในยุคที่ความรวดเร็วและข้อมูลคือหัวใจของการขาย การดึงเอาความสามารถของ Prospecting Agent เข้ามาไว้ในจุดที่ทีมขายคุ้นเคยที่สุดอย่าง CRM คือกลยุทธ์ที่เจ้าของธุรกิจไม่ควรมองข้าม เพราะมันไม่ใช่แค่การลดขั้นตอนการทำงาน แต่มันคือการเพิ่มโอกาสให้ทีมของคุณเปลี่ยนรายชื่อ Leads ให้กลายเป็นลูกค้าจริงได้แบบไม่ตกหล่นแม้แต่รายเดียว
อ้างอิง: HubSpot. (2026). Manage Prospecting Agent Enrollments from the CRM. Retrieved from https://app.hubspot.com/l/product-updates/?rollout=320897
อ่านบทความเพิ่มเติม: HubSpot Product Update: จัดลำดับ Bookmarks เอง สะดวกและประหยัดเวลา







No Comments