AI Copilot: ผู้ช่วยมือขวาที่ทำงานเคียงข้างคุณ
AI Copilot (หรือที่ HubSpot เรียกว่า Breeze Assistant) เปรียบเสมือน "ผู้ช่วยส่วนตัว" ที่ฉลาด หัวใจสำคัญของมันคือแนวคิด "Human-in-the-loop" หรือการที่มนุษย์ยังคงเป็นผู้ถือหางเสือในการตัดสินใจเสมอ
Copilot จะทำงานในลักษณะ "เชิงรับ" (Reactive) คือรอให้คุณสั่งก่อนถึงจะทำงาน มันจะคอยสนับสนุนคุณอยู่ข้าง ๆ ใน Interface ที่คุณคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นการสรุปเนื้อหา หรือการหาข้อมูลที่ซ่อนอยู่ในระบบ CRM ที่ซับซ้อน เช่น
-
การขอให้สรุปประวัติลูกค้าคนสำคัญก่อนที่คุณจะเดินเข้าห้องประชุม
-
การให้ช่วยร่างอีเมลตอบกลับลูกค้าอย่างเป็นทางการโดยอิงจากประวัติการคุยในแชท
-
การวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายในอดีตเพื่อมองหาจุดผิดปกติ
จุดเด่นที่สุด คือความปลอดภัยและความแม่นยำ เพราะทุกอย่างต้องผ่านการตรวจสอบและกดส่ง โดยมนุษย์เสมอ ช่วยลดความเสี่ยงในงานที่ต้องการความละเอียดอ่อนสูง
AI Agent: พนักงานดิจิทัลที่ทำงานแทนคุณ
ในขณะที่ Copilot รอคำสั่ง AI Agent (หรือ Breeze Agents) คือ "เพื่อนร่วมงานดิจิทัล" ที่ทำงานได้ด้วยตัวเอง (Autonomous) มันก้าวข้ามจากการแค่ช่วยทำเป็น "ทำให้เลย" โดยเน้นไปที่การบรรลุเป้าหมาย (Goal-driven) แทนการทำตามคำสั่งเป็นรายครั้ง
Agent สามารถวางแผนขั้นตอนการทำงานเอง ประสานงานกับระบบอื่น ๆ ผ่าน API และปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานหากเจออุปสรรคเสมือนมีวิจารณญาณเป็นของตัวเอง ตัวอย่างที่ชัดเจนใน HubSpot ได้แก่
-
Prospecting Agent: ทำหน้าที่เป็น SDR วิจัยหาลูกค้าที่ตรงสเปก (ICP) ร่างอีเมลที่ปรับแต่งเฉพาะบุคคล และส่งออกไปหาลูกค้าเองโดยอัตโนมัติ
-
Customer Agent: ตอบคำถามลูกค้า 24/7 โดยอ้างอิงจากฐานข้อมูลความรู้ (Knowledge Base) ของคุณ และสามารถแก้ปัญหาเบื้องต้นได้เองจนจบกระบวนการ
จุดเด่นที่สุด คือการเพิ่มขีดความสามารถ (Scalability) ให้ธุรกิจได้แบบก้าวกระโดดโดยไม่ต้องเพิ่มพนักงาน และช่วยขจัดภาระงานรูทีนที่น่าเบื่อออกไปจากทีมของคุณอย่างสิ้นเชิง
สรุปความแตกต่าง: ผู้ช่วย vs เพื่อนร่วมงาน
หากจะสรุปให้เข้าใจง่ายที่สุดเพื่อการตัดสินใจ เจ้าของธุรกิจควรพิจารณาใน 3 มิติหลักดังนี้
-
มิติของบทบาท: Copilot คือ "ส่วนขยาย" ของความสามารถพนักงาน (Amplifier) ช่วยให้คนหนึ่งคนทำงานได้เร็วขึ้น ส่วน Agent คือ "สมาชิกทีม" ที่ดูแลโปรเจกต์ไปเลย (Teammate)
-
มิติของความอิสระ: Copilot ต้องการการกำกับดูแลแบบ Step-by-step ในขณะที่ Agent ต้องการเพียง "เป้าหมาย" และ "ขอบเขต" จากนั้นจะดำเนินการเองจนสำเร็จ
-
มิติของขอบเขตงาน: Copilot เหมาะกับงานเดี่ยว ๆ ที่จบเป็นครั้งคราว (Task-based) ส่วน Agent เหมาะกับงานที่เป็นกระบวนการต่อเนื่อง (Workflow-based) และต้องการความสม่ำเสมอ
ตัวอย่างการใช้ใน HubSpot Breeze สำหรับธุรกิจคุณ
ฝ่ายขาย (Sales)
-
ใช้ Copilot: เมื่อต้องการสรุปดีลสำคัญหรือเตรียมตัวประชุม (Meeting Prep) เพื่อความพร้อมสูงสุด
-
ใช้ Agent: ให้ Prospecting Agent ทำหน้าที่หา Lead ใหม่ ๆ และเริ่มการติดต่อ (Outreach) ในปริมาณมหาศาลที่มนุษย์ทำเองไม่ไหว
ฝ่ายบริการลูกค้า (Service)
-
ใช้ Copilot: ช่วยแนะนำบทความที่เกี่ยวข้องหรือร่างคำตอบที่สุภาพให้พนักงานนำไปปรับใช้
-
ใช้ Agent: ติดตั้ง Customer Agent บนเว็บไซต์เพื่อตอบคำถามพื้นฐานทันที ซึ่งบางเคสสามารถลดปริมาณตั๋วคำถามได้ถึง 77%
ฝ่ายการตลาด (Marketing)
-
ใช้ Copilot: ปรับปรุงถ้อยคำโฆษณาให้สละสลวยหรือช่วยคิดไอเดียหัวข้อ Blog ให้ติด SEO
-
ใช้ Agent: ใช้ Content Agent และ Social Media Agent ในการร่างบทความยาว ๆ และกระจายโพสต์ลงโซเชียลมีเดียตามแผนที่วางไว้
ธุรกิจของคุณเหมาะกับแบบไหน?
การเลือกใช้ AI Copilot vs AI Agent ไม่ใช่การเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่คือการใช้ให้เหมาะตามสภาพของธุรกิจ
เลือกเน้น AI Copilot เมื่อ
-
ธุรกิจของคุณเป็นแบบ High-Touch ที่การตัดสินใจซื้อขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์และความไว้วางใจส่วนบุคคลสูง เช่น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับหรู หรือที่ปรึกษาการลงทุน
-
คุณต้องการคุมมาตรฐานการสื่อสารอย่างใกล้ชิด และต้องการให้ AI เป็นเพียงเครื่องมือเพิ่มความเร็วให้พนักงานเท่านั้น
เลือกเน้น AI Agent เมื่อ
-
ธุรกิจของคุณมี Volume มหาศาล เช่น E-commerce ที่ต้องตอบคำถามซ้ำ ๆ หรือบริษัท B2B ที่ต้องติดต่อ Lead วันละหลายร้อยราย
-
คุณต้องการขยายธุรกิจ (Scale) อย่างรวดเร็วโดยไม่อยากแบกรับต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) จากการจ้างพนักงานเพิ่มในทันที
-
คุณมีฐานข้อมูลความรู้ที่ชัดเจนอยู่แล้ว เช่น คู่มือการใช้งาน ซึ่ง Agent สามารถเรียนรู้และนำไปทำงานได้ทันที
ผลตอบแทนที่จับต้องได้ (ROI) จากการใช้งานจริง
-
ข้อมูลจากกลุ่มธุรกิจที่นำ Breeze AI ของ HubSpot ไปใช้ พบตัวเลขที่น่าสนใจซึ่งจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
-
การใช้ AI จัดการงานเอกสารและงานแอดมินใน CRM ให้ ROI เฉลี่ยสูงถึง 544%
-
ทีมขายสามารถลดระยะเวลาปิดการขาย (Time to Close) ได้ถึง 48% เมื่อมี AI ช่วยคัดกรองและให้ข้อมูลเชิงลึก
-
แบรนด์ชั้นนำสามารถลดเวลาในการตอบกลับลูกค้า (Lead Response Time) ได้ถึง 66% ส่งผลให้อัตราการเปลี่ยนเป็นยอดขายสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
AI ไม่ได้มาเพื่อแทนที่มนุษย์ แต่มาเพื่อเปลี่ยนบทบาทพนักงานของคุณจากคนทำงานรูทีนให้กลายเป็น "ผู้วางกลยุทธ์" การใช้ AI Copilot จะช่วยให้พนักงานของคุณเก่งขึ้นและทำงานได้ละเอียดขึ้น ในขณะที่การใช้ AI Agent จะทำให้ธุรกิจของคุณเดินหน้าได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีวันหยุด ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าของธุรกิจคือ "การเริ่มต้นบนฐานข้อมูลที่สะอาด" (Unified Data) เพราะไม่ว่าจะเป็น Copilot หรือ Agent พวกมันจะฉลาดและสร้างกำไรให้คุณได้มากเท่ากับข้อมูลที่คุณให้มันเรียนรู้เท่านั้น
อ้างอิง:
- HubSpot. (2026). The Future of AI in Customer Relationship Management. Retrieved from https://blog.hubspot.com/sales/future-of-ai-in-crm
- HubSpot. (2026). Understanding Breeze: HubSpot's AI tools. Retrieved from https://knowledge.hubspot.com/ai/understand-breeze
- HubSpot. (2026). AI Agents for Small Businesses: How to Scale Without Increasing Headcount. Retrieved from https://blog.hubspot.com/sales/ai-agents-small-businesses
- HubSpot. (2026). Real AI CRM Use Cases Driving Revenue Growth in 2025. Retrieved from https://blog.hubspot.com/sales/real-ai-crm-use-cases-driving-revenue-growth-in-2025
- HubSpot. (2026). What Founders Can Do with Breeze in the First 90 Days. Retrieved from https://www.hubspot.com/startups/tech-stacks/ai/breeze-first-90-days-hubspot
อ่านบทความเพิ่มเติม : อัปเดตล่าสุด : HUBSPOT MARKETING+
ติดต่อเรา
โทร: +66 2-0268918
อีเมล: contact@ourgreen.co.th
เว็บไซต์: ourgreenfish.com









No Comments