ผลิตภัณฑ์หรือบริการดีอย่างเดียวไม่เพียงพอ การแข่งขันในตลาด B2B ไม่ได้วัดกันที่คุณสมบัติของสินค้าหรือบริการอีกต่อไป แต่ชี้วัดกันที่ว่า “ใครเข้าใจลูกค้าลึกกว่า และสามารถนำเสียงของลูกค้ามาใช้สร้างการเติบโตได้จริง”
แนวคิดแบบ Customer-Led Growth (CLG) จึงกลายเป็นแนวทางใหม่ที่ธุรกิจ B2B ทั่วโลกเริ่มหันมาให้ความสำคัญ มากกว่าการพึ่งพากลยุทธ์แบบ Product-Led Growth ที่เคยเป็นที่นิยมในกลุ่ม Tech Company เพราะในบริบทของธุรกิจ B2B การตัดสินใจซื้อไม่ได้เกิดจากเหตุผลเชิงเหตุผลเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับ “ความไว้วางใจ ความสัมพันธ์ และประสบการณ์ร่วม”
ธุรกิจที่สามารถเปลี่ยนลูกค้าให้กลายเป็นผู้มีบทบาทในกระบวนการพัฒนา คิดร่วม สื่อสารร่วม และขายร่วม จะมีแต้มต่อในตลาดอย่างมหาศาล โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลแบบ first-party และเสียงของลูกค้ามีมูลค่ามากกว่างบโฆษณาหลายเท่า
>>> ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อกระบวนการซื้อ B2B มีอะไรบ้าง?
ทำไม Customer-Led Growth กำลังกลายเป็นกลยุทธ์ที่เหนือกว่า Product-Led Growth ในธุรกิจ B2B
ในอดีต กลยุทธ์การเติบโตของธุรกิจมักเริ่มต้นจากผลิตภัณฑ์เป็นศูนย์กลาง (Product-Led Growth หรือ PLG) โดยเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ที่ดีจะขายตัวมันเองได้ แต่ในบริบทของธุรกิจ B2B ที่มีรอบการตัดสินใจซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย เสียงของ "ลูกค้า" กลับมีอิทธิพลมากกว่าสิ่งใด นี่คือจุดเริ่มต้นของแนวคิด Customer-Led Growth (CLG)
CLG ไม่ได้หมายถึงแค่การใส่ใจลูกค้าเท่านั้น แต่หมายถึงการใช้ “ข้อมูลจากลูกค้า” มาเป็นศูนย์กลางของการตัดสินใจทางธุรกิจ ทั้งในด้านการพัฒนาโปรดักต์ การวางกลยุทธ์การตลาด และการออกแบบ Customer Experience ตั้งแต่ต้นจนจบ
Customer-Led Growth ช่วยขยายตลาด B2B ได้อย่างไร
ในตลาด B2B ลูกค้าไม่ได้ซื้อจากฟีเจอร์ที่เยอะที่สุด แต่ซื้อจาก "ความเชื่อมั่น" ที่เกิดจากประสบการณ์ตรง ความไว้วางใจ และคำแนะนำจากผู้ใช้งานจริง นี่คือจุดที่ CLG เข้ามามีบทบาทสำคัญ
- Customer Feedback = Data ที่แม่นยำและทันสถานการณ์
- ใช้ Feedback Loop แบบต่อเนื่องจากทีม Customer Success, Sales และ Marketing
- วิเคราะห์ Pain Point และความต้องการเพื่อพัฒนาสินค้า/บริการให้ตรงจุด
- Community-Led = ลูกค้าช่วยกันขาย
- การสร้าง Community เช่น LINE OA, Facebook Group หรือ Webinar Series ช่วยให้ลูกค้าปัจจุบันกลายเป็น Advocates ที่แชร์ประสบการณ์กับกลุ่มเป้าหมาย
- ช่วยลดความลังเลในกระบวนการ B2B Buying Journey ที่มักใช้เวลานาน
- Content โดยลูกค้า = สร้าง Trust แบบไม่ขายตรง
- ใช้ Testimonial, Case Study และ UGC (User-Generated Content) แทนโฆษณาแบบเดิม
- สร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือ
ลด CAC ได้มากกว่า 40% ด้วย Customer-Led Growth
- การใช้ระบบ Marketing Automation + CRM อย่าง HubSpot ช่วยลดภาระงานที่ไม่จำเป็น และเพิ่มการตอบสนองที่แม่นยำ
- การวิเคราะห์ Customer Data เพื่อนำไปสู่ Personalized Engagement ทำให้เกิด Conversion สูงขึ้น
- ธุรกิจที่นำ CLG ไปใช้สามารถลด Customer Acquisition Cost (CAC) ได้กว่า 40% และเพิ่ม Customer Lifetime Value (CLV) อย่างต่อเนื่อง
กลยุทธ์การใช้ Customer-Led Growth สำหรับ B2B
ถึงเวลาเปลี่ยนลูกค้าให้เป็น Growth Engine
ธุรกิจ B2B ที่ต้องการสร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ ไม่สามารถพึ่งแค่ฟีเจอร์หรือทีมขายที่แข็งแรงได้อีกต่อไป แต่ต้องฟังเสียงของลูกค้าอย่างจริงจัง พร้อมใช้ข้อมูลเชิงลึกจากลูกค้ามาสร้างคุณค่าใหม่ ๆหากองค์กรของคุณยังไม่มีโครงสร้าง CLG นี่อาจเป็นเวลาที่เหมาะที่สุดในการเริ่มต้น
อ้างอิง :
-
HubSpot. (2024). The State of Customer Experience 2024. Retrieved from https://blog.hubspot.com
-
Gainsight. (2023). Customer-Led Growth Framework for SaaS Companies. Retrieved from https://www.gainsight.com
อ่านบทความเพิ่มเติม :
พัฒนาการขายแบบ B2B ให้เติบโต ด้วยระบบ CRM ได้อย่างไร
ติดต่อเรา
โทร: +66 2-0268918
อีเมล: contact@ourgreen.co.th
เว็บไซต์: ourgreenfish.com
No Comments