สร้างการเติบโตอย่างรวดเร็วให้กับธุรกิจของคุณด้วยกลยุทธ์ Growth Hacking

“Growth Hacking” เป็นคำที่คุ้นหูกันดีในวงการของผู้ประกอบการธุรกิจต่าง ๆ  รวมไปถึงนักการตลาด ที่ต้องการขยายการเติบโตทางธุรกิจอย่างรวดเร็ว ซึ่งแนวคิดของการทำ Growth Hacking นี้ เราเชื่อว่ามีหลายธุรกิจทีเดียวที่พยายามนำไปปรับใช้กับองค์กร ทั้งบริษัทขนาดต่าง ๆ และ Startup ยุคใหม่ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ท้าทายมากทีเดียวที่จะทำให้ประสบความสำเร็จได้จริง 

แต่ทั้งนี้ ก็มีการพิสูจน์มาแล้วจากหลายธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่ใช้กลยุทธ์ และเทคนิค Growth Hacking ในการขยายการเติบโตของธุรกิจได้สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็น Uber, Paypal, Airbnb, Hotmail, Dropbox ฯลฯ

Growth Hacking คืออะไร? 

Growth Hacking เป็นเทคนิคที่ขับเคลื่อนด้วยการทดลอง ซึ่งก็คล้ายกับการทดลองแบบวิทยาศาสตร์ ที่เป็นการลองผิดลองถูก เพื่อหาวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการทำให้ธุรกิจเติบโต โดยกระบวนการนี้จะเป็นการนำศาสตร์ในหลายด้านเข้ามาผสมกัน ทั้งด้านการตลาด, การพัฒนา, ด้านการออกแบบ, วิศวกรรม, ข้อมูล และการวิเคราะห์

โดยเหตุผลที่เรียกว่า Growth Hacking ก็เพราะว่า Hacker จะค้นหาวิธีการที่รวดเร็ว, สร้างสรรค์และคุ้มค่ากับค่าใช้จ่าย เพื่อให้เกิดการเติบโต มากกว่าการทำตามกระบวนการทั่วไป

Growth Hacker คืออะไร? 

Growth Hacker คือ คนที่มีความเฉลียวฉลาด, มีความคิดสร้างสรรค, โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ซึ่งเป้าหมายหลักของ Growth Hacker ก็คือ การใช้กลยุทธ์ที่สร้างสรรค์และคุ้มค่า เพื่อทำให้ธุรกิจสามารถหาลูกค้าและรักษาลูกค้าไว้ให้ได้นานที่สุด 

โดย Growth Hacker อาจจะใช้วิธีการหลายอย่างร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย อย่างเช่น Content Marketing, Viral Marketing, SEO, A/B testing หรือการทำวิศวกรรมย้อนกลับ (Reverse Engineering)

Growth Hacker สามารถเป็น Growth Marketer ได้ แต่ว่า Growth Hacker ก็ไม่ได้เป็นนิยามเฉพาะแค่นักการตลาดเท่านั้น

สูตรที่ Growth Hacker ทำตามอย่างเคร่งครัด นั่นก็คือ
Product + Growth = Impact 

ลองมาดูกลยุทธ์การทำ Growth Hacking ที่น่าสนใจ โดยคุณสามารถนำไปปรับใช้ได้ ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะเป็นแบบใดก็ตาม

สร้างลิสต์รายชื่ออีเมลก่อนการเปิดตัว

การทำ E-mail Marketing เป็นสิ่งที่ดีในการค้นหาทั้ง Lead และ Conversion โดยให้คุณโฟกัสไปที่การสร้างลิสต์อีเมล ซึ่งจะช่วยให้คุณเข้าถึงกลุ่ม Audience และส่งข้อความของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง E-mail Marketing ยังช่วยธุรกิจในการสร้างการทุ่มโฆษณาสำหรับสินค้า หรืออีเวนต์ต่าง ๆ ได้อย่างมาก

นอกจากนี้ E-mail Marketing จะช่วยคุณในการหาลูกค้าที่มีศักยภาพได้ก่อนที่คุณจะเปิดตัวสินค้า หรือบริการต่าง ๆ ดังนั้นคุณควรใช้เวลาสัก 2 - 3 สัปดาห์ เพื่อสร้างการโฆษณา และพยายามทำให้กลุ่ม Audience ของคุณเกิดความกระตือรือร้นกับการเปิดตัวสินค้าของคุณ

ลองดูตัวอย่างจาก Casetify ที่มีการส่งอีเมลล่วงหน้าเพื่อโปรโมทผลิตภัณฑ์คอลเลกชัน Star Wars ซึ่งเป็นคอลเลกชันใหม่ล่าสุด โดยในอีเมลจะมีปุ่ม “JOIN THE WAITLIST” เพื่อให้ลงทะเบียนเพื่อรับการแจ้งเตือนเมื่อผลิตภัณฑ์ได้เริ่มวางจำหน่าย และได้รับสิทธิ์ซื้อผลิตภัณฑ์สุดพิเศษก่อนใครอีกด้วย และการทำ E-mail Marketing แบบนี้ จะทำให้ทาง Casetify มีโอกาสได้ผู้ที่มีโอกาสมาเป็นลูกค้าจริง ๆ และยังสามารถใช้ข้อมูลเพื่อโปรโมทผลิตภัณฑ์คอลเลกชันอื่น ๆ ในอนาคตได้

3-2

unnamed-Apr-28-2022-08-02-59-19-AM

4-1อ้างอิงจาก : Casetify


ใช้ประโยชน์จาก Referral Marketing หรือ การตลาดแบบบอกต่อ


การทำ Referral Marketing เป็นวิธีการหนึ่งที่ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากการแนะนำจากเพื่อน, ครอบครัว หรือ Influencer ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ จะสร้างโอกาสในการขายได้รวดเร็วกว่าวิธีอื่น ๆ หาก CPA (Cost Per Acquisition) หรืออัตราต้นทุนเฉลี่ยต่อลูกค้า 1 ราย ของลูกค้าที่บอกต่อนั้นน้อยกว่า ก็ช่วยให้คุณสามารถลดต้นทุนของคุณได้เช่นกัน

ลูกค้าที่บอกต่อจะมีอัตราการรักษาลูกค้าที่ดีกว่า ซึ่งส่งผลให้ LTV (Lifetime Value) สูงขึ้นถึง 16% นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการขายที่ใช้ Referral Program ยังได้รับรายได้สูงกว่า 4 - 6 เท่า

ยกตัวอย่าง Shopee แอปพลิเคชันช้อปปิงออนไลน์ ที่มีโปรแกรมชวนเพื่อนช้อปซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับผู้ซื้อ เพื่อเชิญเพื่อนให้ใช้ Shopee ครั้งแรก หากทำการชวนสำเร็จ ทั้งผู้เชิญ และผู้ถูกเชิญก็จะได้รับรางวัลทั้งคู่ โดยผู้เชิญจะได้รับ Shopee Coins ส่วนผู้ถูกเชิญจะได้รับโค้ดส่วนลดในการสั่งซื้อครั้งแรก นับเป็นการสร้างแรงกระตุ้นและจูงใจให้คนเข้ามาใช้มากยิ่งขึ้น

5-1


สร้างพันธมิตรกับแบรนด์ใหม่ ๆ

การเป็นพันธมิตร และการร่วมมือกันทางธุรกิจ เป็นหนึ่งในเทคนิคการทำ Growth Hacking ที่ดีที่สุด เนื่องจากเป็นการสร้างการรับรู้ได้มาก อย่างที่หลายแบรนด์ทราบกันดีอยู่แล้วว่า การเป็นพันธมิตรทางด้านผลิตภัณฑ์ และการตลาดร่วมกัน เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่สร้างการเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

โดยการเป็นพันธมิตรกับแบรนด์ต่าง ๆ ไม่ใช่เพียงแค่สร้างกระแสใน Social Media เท่านั้น แต่ยังทำให้เกิด Organic  Traffic ไปยังเว็บไซต์ของคุณอีกด้วย ซึ่งเป็นโอกาสในการนำเสนอข่าวและจะช่วยเพิ่มการมองเห็นให้กับสินค้า หรือบริการของคุณได้อย่างกว้างขวาง

การร่วมเป็นพันธมิตรกันที่ประสบความสำเร็จซึ่งมี ROIs ค่อนข้างดี คือ การร่วมเป็นพันธมิตรที่สร้างสินค้าใหม่ให้เป็นไปตามธีม บริษัทขนาดเล็กถึงกลางก็สามารถพัฒนาการร่วมมือกันอย่างมีประสิทธิภาพได้ หากเจอพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมที่จะสร้างคุณค่าให้กับแบรนด์ ซึ่งการร่วมเป็นพันธมิตรยังใช้ได้กับธุรกิจที่ดำเนินการในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกันได้อีกด้วย

ตัวอย่างที่น่าสนใจ คือ การร่วมเป็นพันธมิตรกันของแสนสิริ และบาร์บีคิวพลาซ่า โดยทั้ง 2 แบรนด์ร่วมมือกันสร้างแคมเปญโปรโมชันที่น่าสนใจ นั่นก็คือแสนสิริ X บาร์บีคิวพลาซ่า กระจายความสุขและมอบสิทธิพิเศษเอ็กซ์คลูซีฟมากมายให้กับลูกค้าที่เข้าร่วม ซึ่งแคมเปญนี้ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี

S__3104931-1024x1448
S__3104928 (1)ภาพจาก the people

 

ใช้ประโยชน์จากตลาดใกล้เคียง (Adjacent Markets)

ตลาดใกล้เคียง (Adjacent Markets) เป็นวิธีการทำ Growth Hacking ในด้านการขายที่ดี ซึ่งมักจะมีการสับสนกับ “White Space Opportunity” (เป็นพื้นที่ที่ค้นหาความต้องการของลูกค้าที่ไม่ได้พูดออกมา หรือความต้องการที่แท้จริง เพื่อนำไปจุดประกายสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ โดยเป็นกระบวนการทางธุรกิจที่ใช้เพื่อค้นหาโอกาส เช่น กลุ่ม Audience ใหม่ และการพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์) แต่ความใกล้เคียงในที่นี้ หมายถึง ตลาดที่อยู่ใกล้เคียงกับสิ่งที่คุณทำ

เคล็ดลับในข้อนี้ คือ การแสดงทักษะ และความสามารถของคุณ ที่ไม่ใช่แค่สินค้าและบริการ โดยเป็นการดึงความสามารถหลัก (Core Competencies) ของคุณเพื่อสร้างคุณค่าใหม่ ๆ ให้กับลูกค้าใหม่ 

ก่อนที่จะทำการประเมินตลาดใหม่ใด ๆ ให้พิจารณาปัจจัยสัก 2 - 3 อย่างก่อน อย่างเช่น การแข่งขันเป็นอย่างไร? โอกาสในแง่ของปริมาณและผลกำไรมีมากขนาดไหน? มีอุปสรรคทางด้านกฎหมายที่คุณต้องจัดการหรือไม่? โดยให้ดูที่ทักษะและช่องทางที่มีอยู่แล้วของคุณ และคอยค้นหาวิธีการใหม่ ๆ ในการใช้ทักษะเหล่านั้นเพื่อนำคุณไปสู่โอกาสใหม่ในการเติบโตด้านยอดขาย

อย่าง Nike เอง คนส่วนใหญ่จะเชื่อมโยงว่า Nike เป็นผลิตภัณฑ์ที่โฟกัสไปที่กีฬาประเภทลู่และลาน (Track and Field) แต่อย่างไรก็ตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ Nike นั้นครอบคลุมกีฬาและกิจกรรมเกือบทั้งหมดที่คุณต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกายหรือรองเท้าที่มีคุณภาพดี

เมื่อ Nike ตัดสินใจเข้าสู่ตลาดแข่งขันโดยสมบูรณ์ (Competitive Market) พวกเขาก็ตัดสินใจที่จะนำหลักของตลาดใกล้เคียง (Adjacent Markets) มาใช้ โดยเริ่มต้นด้วยการนำเสนอรองเท้าสำหรับกิจกรรมปีนเขา และขยายออกไปสู่อุตสาหกรรมด้านเครื่องแต่งกายอื่น ๆ จนประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

 

การทำ Growth Hacking ของ Social Media : สร้าง Community ให้กับแบรนด์ของคุณ

Social Media เป็นส่วนสำคัญของส่วนผสมทางการตลาด (Marketing Mix) ของธุรกิจ คุณสามารถใช้ประโยชน์จากชุมชนของ Social Media เพื่อโปรโมทตัวเอง, รับความคิดเห็นจากตลาดและโต้ตอบสื่อสารกับ Influencer ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

การพัฒนาคอนเทนต์ และสร้างกลุ่ม Audience ต้องใช้เวลา ซึ่งคุณต้องพยายามปรับกิจกรรมทาง Social Media ให้สอดคล้องกับทิศทางการเติบโตโดยรวมของคุณ 

หนึ่งในกลยุทธ์การทำ Growth Hacking ของ Social Media ที่ดีในการใช้ประโยชน์จาก Social Media เพื่อความสำเร็จทางธุรกิจของคุณ คือ การสร้าง Facebook Group ที่ให้กลุ่ม Audience มีส่วนร่วมกับแบรนด์ของคุณได้ คุณต้องแน่ใจว่า คุณได้สร้างคุณค่าให้กับพวกเขาผ่าน Group นี้ มีโอกาสที่คนที่ไม่รู้จักแบรนด์ของคุณอาจจะได้รับรู้ เมื่อพวกเขาได้แรงบันดาลใจจากคอนเทนต์ใน Group 

นอกจากนี้ ในปัจจุบัน LINE ก็เป็นช่องทางยอดนิยมที่แบรนด์ใช้เพื่อสื่อสาร และสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าได้ โดยสามารถสื่อสารได้อย่างตรงจุด ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยฟีเจอร์ต่าง ๆ อย่างเช่น การทำ Segmentation เพื่อแบ่งกลุ่มลูกค้าตามความสนใจของพวกเขา และนำเสนอคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์

 

ติดตามคู่แข่งที่ใหญ่ที่สุดของคุณ

การแข่งขันสามารถมาในรูปแบบ และขนาดที่แตกต่างกัน เมื่อคุณเข้าใจถึงสถานการณ์การแข่งขัน สิ่งสำคัญคือ การแสดงให้เห็นว่าทำไมบริษัทของคุณถึงมีความได้เปรียบด้านการแข่งขันในแต่ละตลาด

ธุรกิจจำนวนมากล้มเหลว เนื่องจากติดตามการแข่งขันอย่างไม่มีแผนการทำงาน เป็นผลให้พวกเขาล้มเหลวในการสร้างผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยแผนที่ดีควรโฟกัสไปที่การค้นหาบทสนทนาทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับแบรนด์เป้าหมาย ซึ่งคุณต้องอยู่ในที่เดียวกัน (Social Media, Forum ฯลฯ) กับที่ซึ่งกลุ่มเป้าหมายอยู่

แผนการควรรวมถึงการวิเคราะห์ Blog (Keyword ที่อยู่ใน Blog) ของคู่แข่งอย่างละเอียดและสม่ำเสมอ เพื่อให้คุณสามารถปรับแต่งคอนเทนต์ของคุณให้ได้ผลมากที่สุด ในทางเดียวกัน คุณควรติดตาม Backlink ของพวกเขาด้วย เพื่อให้ได้ไอเดียว่า พวกเขาทำการตลาดของสินค้าและบริการของพวกเขาอย่างไรบ้าง

 

สร้างกลยุทธ์ Content Marketing ในเชิงรุก

สำหรับธุรกิจของคุณ ความคิดเห็นของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยจะช่วยคุณในการแก้ไขข้อร้องเรียน และจัดการกับความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น รวมถึง ยังช่วยให้คุณรับมือกับข้อโต้แย้งของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

กลยุทธ์ Growth Marketing ที่มีประสิทธิภาพ ประกอบไปด้วย กลยุทธ์ Content Marketing ในเชิงรุก ที่ช่วยให้คุณโฟกัสที่ความคิดเห็นของลูกค้าและทำการตลาดให้กับสินค้าของคุณได้ง่าย

ให้สร้างกลยุทธ์ Content Marketing สำหรับธุรกิจของคุณ ที่จะช่วยให้กลุ่ม Audience ของคุณเข้าใจถึงคุณค่าของผลิตภัณฑ์ของคุณ ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจอะไร กลยุทธ์ Content Marketing ควรโฟกัสไปที่การดึงดูดกลุ่ม Audience ที่ใช่เสมอ

เมื่อวางแผนแคมเปญ Content Marketing ให้โฟกัสไปที่การสร้างคอนเทนต์ที่สามารถแชร์ได้เสมอ ยกตัวอย่างเช่น คอนเทนต์วิดีโอ ได้กลายเป็นส่วนสำคัญของแคมเปญ Content Marketing จำนวนมาก โดยผู้ประกอบการที่จริงจังจะพยายามเป็น 2 เท่า ในการสร้างคอร์สออนไลน์ และ วิดีโอที่อธิบายให้เข้าใจและสร้างการมีส่วนร่วม


ทำ Guest Posting

การทำ Guest Posting คือ การเขียน Blog และเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์อื่น ๆ ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกับเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งมีความน่าเชื่อถือ และมีผู้เข้าชมเว็บไซต์มากพอสมควร โดยการใช้บริการ Guest Posting ช่วยสร้างคอนเนคชั่นได้ และยังช่วยให้ได้ Organic Lead ที่มีคุณภาพสูงได้ง่ายขึ้นผ่านคอนเทนต์ ด้วยการใส่ลิงก์เว็บไซต์ของคุณ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะช่วยเพิ่มอันดับของ SERP หรือ Search Engine Results Page (หน้าจอรวมผลการค้นหาข้อมูล) ได้

โดย Guest Blogging หรือ Guest posting เป็นการทำ Marketing Growth Hack ที่ดี ซึ่ง Blogger มักจะใช้ในจุดประสงค์ของการดึงดูด Website Traffic แบบ Organic และเข้าถึงกลุ่ม Audience ที่แตกต่างกัน ด้วยการปรับปรุงอันดับของ Search Engine 


ทำงานร่วมกับ Influencer

เมื่อพูดถึงการสร้างแบรนด์ มันมีเหตุผลว่าทำไมแบรนด์ถึงจ่ายเงินให้ Influencer ในการรับรองสินค้าของพวกเขา ซึ่งการทำงานร่วมกันกับ Influencer ที่มีชื่อเสียง เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการเข้าถึงกลุ่ม Audience ในวงกว้าง

การใช้อำนาจ และการเข้าถึงของ Influencer เป็นการทำ Marketing Growth Hack ที่ดีสำหรับสตาร์ทอัพน้องใหม่ ซึ่งไม่สามารถที่จะแข่งขันกับแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับแล้วในแง่ของงบประมาณการตลาดได้ เนื่องจาก Influencer มีผู้ติดตามอยู่แล้ว ธุรกิจจึงสามารถใช้ Follower เป็นฐานของผู้มีโอกาสมาเป็นลูกค้าได้


ส่งของขวัญที่สร้างการรับรู้ของแบรนด์ให้กับลูกค้า 

ผลิตภัณฑ์ของขวัญของแบรนด์ ตั้งแต่ปากกาไปจนถึงเครื่องใช้สำนักงานที่มีโลโก้หรือชื่อของบริษัทของคุณนั้นให้คุณค่ามากมายกับผู้ใช้

สิ่งเหล่านี้จะเพิ่มการรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์ของคุณ รักษาความภักดีของลูกค้าและยังช่วยในการกระจายการบอกต่อในเชิงบวก โดยลูกค้าที่มีความพึงพอใจกับแบรนด์จะกลายเป็นผู้สนับสนุนแบรนด์ของคุณ และช่วยให้คุณได้รับการบอกต่อ และได้ Lead ที่มากขึ้น

 

6ภาพจาก AIA

7

   ภาพจาก Twitter

ตัวอย่างของการทำ Growth Hacking ที่ดี

Facebook

Facebook ได้เปิดเผย 2 เทคนิคในการทำ Growth Hacking ที่มีประสิทธิภาพที่ใช้เพื่อขยายธุรกิจ 

อย่างแรกเลย คือ Facebook ได้กระตุ้นให้คนเพิ่มเพื่อน และครอบครัว (Add Friend) เพื่อที่จะได้แชร์คอนเทนต์ให้ทุกคนได้ผ่านทาง Facebook และอย่างที่ 2 คือ Facebook ได้ส่งอีเมลให้เพื่อนและครอบครัวของพวกเขา เพื่อเชิญชวน (Invite) ให้สร้างบัญชีกับทาง Facebook 

โดยการทำ Growth Hacking นี้ กระตุ้นและดึงดูดความสนใจของหลายคน เมื่อเกิดความสงสัยว่า ใคร Tag หรือ Mention พวกเขามาทาง Facebook และยังต้องการรู้ว่าคนอื่น ๆ พูดถึงพวกเขาว่าอย่างไร รวมไปถึงต้องการรู้ว่าจะได้รับอะไรหลังจากที่สมัครลงทะเบียนไปแล้ว 

Paypal

กลยุทธ์ Growth Hacking ของ Paypal คือการใช้ Referral Program โดยเริ่มสร้างแรงจูงใจให้ผู้ใช้งานที่พาผู้ใช้งานคนอื่น ๆ เข้ามาเพิ่ม และด้วยการใช้ Referral Program เป็นผลให้ธุรกิจของ Paypal เริ่มเติบโตขึ้น 7% - 10% ในทุกวัน

นอกจากนี้ สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับกลยุทธ์ Growth Hacking ของ Paypal คือ เมื่อก่อน Social Media ไม่ได้มีพลังเหมือนในทุกวันนี้ ซึ่งที่ Paypal เติบโตมาได้ส่วนใหญ่นั้นมาจาก การบอกต่อ, SMS, Blog และ E-mail เป็นหลัก

HubSpot Academy

เป้าหมายของ HubSpot Academy คือ การเพิ่มอัตราของใบประกาศนียบัตร (Certification) ของคอร์สออนไลน์ของผู้ใช้งาน

สิ่งที่น่าสนใจจากการทดลองของ HubSpot คือ การสร้างแถบแสดงสถานะ (Status Bar) ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานพบคอร์สของใบประกาศนียบัตร (Certification) ใหม่ ๆ โดยทีมของ HubSpot ได้ใช้โค้ดสี ดังนี้ สีเทา คือ Certification ที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ หรือหมดอายุแล้ว ส่วนสีส้ม คือ Certification ที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว 

โดยทีมยังได้เพิ่ม Status Bar ในอีเมลของนักเรียนที่ลงทะเบียนไว้ ดังนั้น แต่ละคนจะเห็นความคืบหน้าของตนเองในแต่ละ Certification ทำให้กระตุ้นให้ผู้ใช้งานเข้ามาเรียนคอร์สออนไลน์ให้เสร็จสมบูรณ์ และโดยรวมแล้ว จำนวนของ Certification ของ HubSpot Academy เพิ่มขึ้นถึง 18%

 

การทำ Growth Hacking อย่างเหมาะสม ช่วยให้ธุรกิจเติบโตไปอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ซึ่งหลาย ๆ เทคนิคที่กล่าวมานั้น คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง โดยเริ่มต้นลงมือทำได้ทันที และที่สำคัญอย่าลืมวัดผลการดำเนินงานด้วย ว่าเทคนิคใดที่ใช้แล้วประสบความสำเร็จ และคุณสามารถทำซ้ำหรือต่อยอดเพื่อพัฒนาเทคนิค และกลยุทธ์ต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้น

 

Source : Cloudways , Casetify , Shopee , The People , AIA , Twitter

Ourgreenfish LINE Connect

ติดตามสาระความรู้เกี่ยวกับ
Digital Marketing และเทคโนโลยีได้ที่ Ourgreenfish Connect

 

Recent Posts