---
title: 7 KPI ที่ชี้ชัดว่า Market Research ของคุณได้ผลจริงหรือไม่
description: เรียนรู้ 7 KPI สำคัญที่ใช้วัดประสิทธิภาพงาน Market Research ทั้งด้านคุณภาพข้อมูล การตอบแบบสอบถาม ความเร็วในการได้ Insight ต้นทุนต่อ Insight และ RORI
---

[Digital Blog - Ourgreenfish ](https://blog.ourgreenfish.com)

# [7 KPI ที่ชี้ชัดว่า Market Research ของคุณได้ผลจริงหรือไม่](https://blog.ourgreenfish.com/7-kpis-that-clearly-show-whether-your-market-research-is-really-effective-or-not)

 เขียนโดย [OURGREENFISH TEAM](https://blog.ourgreenfish.com/author/ourgreenfish-team) - 29 พ.ย. 2025, 6:00:00

 

ทำไม “การตั้ง KPI ที่ถูกต้อง” คือกุญแจสำคัญของ Market Research?  
Market Research ไม่ได้วัดกันที่จำนวนข้อมูลที่เก็บได้ แต่ต้องวัดที่คุณค่าของข้อมูล และผลลัพธ์ทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจริงหลังจากนำ Insight ไปใช้ โดยการวิจัยที่ดีต้องมี KPI กำกับ เพื่อให้ทีมรู้ว่า insight ที่ได้ คุ้มค่า, ใช้งานได้จริง และนำไปสู่การตัดสินใจที่ดีขึ้นเพราะท้ายที่สุดแล้ว การวิจัยตลาดที่ขาดตัวชี้วัดก็คือผลงานที่ไม่สามารถประเมินความคุ้มค่าได้ แต่ถ้ามี KPI ที่ดี คุณจะรู้ทันทีว่า

- คุณภาพของข้อมูลที่จัดเก็บเป็นอย่างไร
- ต้องใช้เวลานานเท่าไรจึงจะได้รับข้อมูลเชิงลึก (Insight)
- ผลลัพธ์ที่ได้มีความคุ้มค่ากับเงินและทรัพยากรที่ลงทุนไปหรือไม่
- สิ่งที่ทำส่งผลกระทบต่อยอดขาย ลูกค้า หรือผลิตภัณฑ์จริงหรือไม่

ต่อไปนี้คือ “7 KPI สำคัญที่สุด” ที่เจ้าของธุรกิจต้องใช้ในการวัด [Market Research ](https://blog.ourgreenfish.com/master-blog/why-market-research-is-the-key-to-customer-retention)ของตัวเอง

#### **7 KPI ที่ชี้ชัดว่างาน Market Research ของคุณได้ผลจริง**

**1) [Net Promoter Score](https://blog.ourgreenfish.com/customer-satisfaction) (NPS) – ตัวชี้วัดคุณค่าที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์**

NPS คือ KPI เชิงความพึงพอใจที่ใช้กันทั่วโลก NPS จะบอกว่าลูกค้ายินดีบอกต่อหรือไม่ ซึ่งสะท้อนคุณภาพประสบการณ์และความผูกพันของลูกค้า

ใช้ประเมิน :

- ความภักดีลูกค้า
- โอกาสเกิด Word-of-Mouth
- ความน่าจะเป็นในการซื้อซ้ำ

**2) Response Rate – คนตอบแบบสอบถาม “เยอะพอไหม”**

Response Rate คือเปอร์เซ็นต์ของผู้ที่ตอบแบบสอบถามจากจำนวนที่เชิญทั้งหมด หาก Response Rate ต่ำ ข้อมูลจะไม่สามารถเป็นตัวแทนกลุ่มเป้าหมาย และ Insight จะคลาดเคลื่อน

ใช้ประเมิน :

- ความน่าเชื่อถือของข้อมูล
- การมีส่วนร่วมของผู้ตอบ
- ความเหมาะสมของช่องทางเก็บข้อมูล

**3) Completion Rate – คนตอบจนจบหรือไม่?**

Completion Rate เป็นตัวบ่งชี้สำคัญด้านคุณภาพข้อมูล ถ้าคนออกจากแบบสอบถามกลางคัน อาจหมายความว่าแบบสอบถามยาวเกินไป หรือคำถามไม่ชัดเจน

ใช้ประเมิน :

- ความเหมาะสมของโครงสร้างแบบสอบถาม
- คุณภาพประสบการณ์ในการตอบ
- ความน่าเชื่อถือของ Insight ที่ใช้

**4) Time to Insight (TTI) – ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าได้ Insight ที่ใช้ได้จริง**

TTI เป็น “ตัววัดความเร็วในการเปลี่ยนข้อมูลเป็น Insight” ยิ่ง TTI สั้น ธุรกิจยิ่งปรับกลยุทธ์ได้เร็วขึ้น

ปัจจัยที่กระทบ TTI ได้แก่

- คุณภาพข้อมูล
- ความสามารถของทีม
- เครื่องมือจัดการข้อมูล
- ความพร้อมของระบบ Analytics

ใช้ประเมิน :

- ความคล่องตัวของทีมวิจัย
- ความเร็วในการตัดสินใจ
- ความสามารถแข่งขันในตลาด

**5) Cost per Insight (CPI) – ได้ Insight หนึ่งชิ้นต้องจ่ายเท่าไร?**

CPI เป็น “ต้นทุนทั้งหมด ÷ จำนวน Insight ที่นำไปใช้ได้จริง”

ต้นทุนรวม เช่น

- การเก็บข้อมูล
- การประมวลผล
- ค่าเครื่องมือ Analytics
- ค่าแรงทีมงาน

ใช้ประเมิน :

- ความคุ้มค่าของเงินที่ลงทุน
- ประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน
- ช่วยตัดสินใจว่าควรเพิ่ม หรือลดขั้นตอนใด

**6) Sample Quality – คุณภาพของกลุ่มตัวอย่าง**

“คุณภาพข้อมูลส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพ Insight” และ Response หรือ Completion Rate คือกุญแจของความน่าเชื่อถือ

การวัด Sample Quality ต้องพิจารณา

- ตัวอย่างตรงตาม Target Audience หรือไม่
- มี Bias หรือความลำเอียงหรือไม่
- ขนาดตัวอย่างมากพอหรือไม่

ใช้ประเมิน :

- ความน่าเชื่อถือของผลวิจัย
- ความถูกต้องของ Insight
- ความเสี่ยงในการตัดสินใจผิดพลาด

**7) RORI (Return on Research Investment) – งานวิจัยคืนทุนแค่ไหน?**

 RORI = (Net Benefits ÷ Cost of Research) x 100%

Net Benefits อาจเป็น

- ยอดขายเพิ่มขึ้น
- สินค้าใหม่ที่ประสบความสำเร็จ
- ลดต้นทุนการตลาด
- ลดการตัดสินใจผิดพลาด

ใช้ประเมิน :

- ผลลัพธ์การวิจัยต่อธุรกิจ
- ความคุ้มค่าเชิงกลยุทธ์
- ศักยภาพการสร้างกำไรในอนาคต

#### ****

#### **วิธีใช้ KPI ทั้ง 7 ตัวเพื่อวัดประสิทธิภาพ Market Research **

1) วัดคุณภาพข้อมูล

ใช้ Response Rate, Completion Rate, Sample Quality → ยิ่งคุณภาพข้อมูลดี Insight ยิ่งแม่นยำ

2) วัดประสิทธิภาพของกระบวนการ

ใช้ TTI และ CPI → ยิ่งเร็วและประหยัด ยิ่งทำให้ทีมวางแผนได้ทันตลาด

3) วัดผลลัพธ์ต่อธุรกิจ

ใช้ NPS และ RORI → บอกได้ว่างานวิจัย “แก้ปัญหาจริง” หรือไม่

#### **แบรนด์ที่ใช้ KPI ขับเคลื่อนนวัตกรรมสินค้า**

หลายองค์กรระดับโลก เช่น Netflix และ Tesla ใช้ KPI วัดงานวิจัยอย่างจริงจัง เช่น

**Netflix**

- ใช้ Completion Rate และพฤติกรรมผู้ใช้วัดความสนใจคอนเทนต์
- ใช้ TTI เพื่อปรับ Recommendation แบบเรียลไทม์
- ผลลัพธ์ : พัฒนา Content ใหม่ได้ตรงใจผู้ชมกว่าเดิม

**Tesla**

- ใช้ข้อมูลจริงจากผู้ขับ (Sample Quality สูงมาก)
- ประเมิน RORI ของงานพัฒนา Feature ใหม่
- ผลลัพธ์ : นวัตกรรมซอฟต์แวร์รถยนต์ที่คู่แข่งตามไม่ทัน

[Market Research](https://blog.ourgreenfish.com/master-blog/market-research-2025-use-hubspot-ai-to-create-accurate-marketing-strategies) ที่ดี ไม่ใช่เก็บข้อมูลเยอะ แต่ “ต้องวัดผลได้” ถ้าคุณตั้ง KPI ชัดเจนตั้งแต่ต้น คุณจะรู้ทันทีว่า  
✔ ข้อมูลคุณภาพดีไหม  
✔ Insight ใช้ได้จริงหรือไม่  
✔ คุ้มค่ากับงบที่ลงไปหรือเปล่า  
✔ งานวิจัยช่วยให้ธุรกิจเติบโตจริงหรือไม่

นี่คือความแตกต่างระหว่างทำวิจัยพอเป็นพิธี และ “ทำวิจัยที่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจจริง”

**อ้างอิง : **Business Explained. (2024). Market Research Explained. Retrieved from [https://www.business-explained.com](https://www.business-explained.com/)

อ่านบทความเพิ่มเติม : <https://blog.ourgreenfish.com/digicup/%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A-disruptive-challenger-%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3-%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%94>[100 METRICS ทางการตลาดและการบริหารลูกค้า สำหรับ TECH STARTUP BUSINESS](https://blog.ourgreenfish.com/master-blog/100-metrics-on-marketing-and-customer-management-for-tech-startup-business)

คำศัพท์คำที่  [1-50](https://blog.ourgreenfish.com/300-marketing-vocabulary-that-marketers-must-know-with-meaning-2024-update-1-6)  |  [51-100](https://blog.ourgreenfish.com/300-marketing-vocabulary-that-marketers-must-know-with-meaning-2024-update-2-6)  | [ 101-150](https://blog.ourgreenfish.com/300-marketing-vocabulary-that-marketers-must-know-with-meaning-2024-update-3-6)  |  [151-200](https://blog.ourgreenfish.com/300-marketing-vocabulary-that-marketers-must-know-with-meaning-2024-update-4-6)  |  [201-250](https://blog.ourgreenfish.com/300-marketing-vocabulary-that-marketers-must-know-with-meaning-2024-update-5-6)  |  [251-300](https://blog.ourgreenfish.com/300-marketing-vocabulary-that-marketers-must-know-with-meaning-2024-update-6-6)

[ดูโพสต์ฉบับเต็ม](https://blog.ourgreenfish.com/7-kpis-that-clearly-show-whether-your-market-research-is-really-effective-or-not)

```json
{
  "@context" : "http://schema.org",
  "@type" : "BlogPosting",
  "author" : {
    "@type" : "Person",
    "name" : "OURGREENFISH TEAM"
  },
  "dateModified" : "2025-11-29T06:00:00.601Z",
  "datePublished" : "2025-11-29T06:00:00Z",
  "headline" : "7 KPI ที่ชี้ชัดว่า Market Research ของคุณได้ผลจริงหรือไม่",
  "image" : {
    "@type" : "ImageObject",
    "height" : 563,
    "url" : "https://app.ourgreenfish.com/hubfs/7%20KPI.png",
    "width" : 1000
  },
  "mainEntityOfPage" : "https://blog.ourgreenfish.com/7-kpis-that-clearly-show-whether-your-market-research-is-really-effective-or-not",
  "publisher" : {
    "@type" : "Organization",
    "logo" : {
      "@type" : "ImageObject",
      "height" : 60,
      "url" : "/hs/hsstatic/content_shared_assets/static-1.4092/img/default-amp-logo.png",
      "width" : 60
    },
    "name" : "Digital Blog"
  }
}
```