ในอดีต Customer Experience (CX) มักถูกมองว่าเป็นเรื่องของ “ความรู้สึก” ลูกค้าประทับใจหรือไม่ประทับใจ แบรนด์ดูแลดีหรือไม่ดี ซึ่งวัดผลได้ยาก และมักถูกจัดอยู่ในหมวด Soft Value แต่ในปี 2026 แนวคิดนี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เพราะ CX กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ส่งผลโดยตรงต่อรายได้ การเติบโต และความได้เปรียบทางการแข่งขัน
ข้อมูลจากรายงาน The State of Marketing 2025 ของ HubSpot ระบุชัดว่า “การโฟกัสที่ลูกค้าและประสบการณ์ที่ลูกค้ามีกับแบรนด์ คือการเปลี่ยนแปลงอันดับ 1 ของการตลาด”
Customer Experience ไม่ใช่เรื่องความรู้สึก แต่ต้องวัดผลได้
HubSpot สำรวจนักการตลาดกว่า 1,200 คนทั่วโลก และพบว่า 44% ระบุว่า “การโฟกัสที่ประสบการณ์ลูกค้า” เป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดของปีที่ผ่านมา เหตุผลสำคัญคือ
- ลูกค้ามีตัวเลือกมากขึ้น
- การเปรียบเทียบทำได้ง่ายขึ้น
- และประสบการณ์แย่เพียงจุดเดียว สามารถทำให้ลูกค้าเปลี่ยนแบรนด์ได้ทันที
ดังนั้น CX ในปี 2026 ต้องตอบคำถามให้ได้ว่า
- ประสบการณ์ที่ดี ส่งผลต่อยอดขายอย่างไร
- ส่งผลต่อ Retention และ Loyalty แค่ไหน
- และช่วยลดต้นทุนทางธุรกิจตรงไหนบ้าง
HubSpot ชี้ชัด Customer Experience คือ Game Changer ของการตลาดยุคใหม่
ในรายงานเดียวกัน HubSpot ระบุว่า 96% ของนักการตลาดยืนยันว่า Personalized Experiences ช่วยเพิ่มยอดขาย นี่คือจุดที่ Customer Experience เชื่อมโยงกับธุรกิจโดยตรง เพราะ CX ที่ดีในวันนี้ ไม่ใช่แค่ บริการดี แต่คือ ประสบการณ์ที่เข้าใจลูกค้าเป็นรายบุคคล (Personalized CX) ไม่ว่าจะเป็น
- การสื่อสารที่ตรงบริบท
- การตอบสนองที่รวดเร็ว
- หรือการนำเสนอสิ่งที่ลูกค้าต้องการก่อนที่ลูกค้าจะร้องขอ
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่มีข้อมูลลูกค้าที่เชื่อมโยงกัน

ใช้ข้อมูลลูกค้า เพื่อพัฒนา Customer Experience แบบต่อเนื่อง
Customer Experience ที่ดี ไม่ได้เกิดจากแคมเปญครั้งเดียว แต่ต้องเป็นกระบวนการที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง HubSpot ระบุว่าความท้าทายอันดับต้น ๆ ของนักการตลาดคือ
- ข้อมูลลูกค้าคุณภาพต่ำ
- ข้อมูลกระจัดกระจาย
- และข้อจำกัดด้าน Data Privacy
เมื่อธุรกิจไม่เห็นภาพลูกค้าทั้งหมด CX จะถูกออกแบบจาก “สมมติฐาน” มากกว่าความจริง ในทางกลับกัน ธุรกิจที่ใช้ข้อมูลลูกค้าอย่างเป็นระบบ สามารถ
- วิเคราะห์ Pain Point ของลูกค้าได้แม่นยำ
- ปรับปรุง Journey ในแต่ละ Touchpoint
- และวัดผล CX ได้แบบ Real-time
เชื่อม Marketing – Sales – Service บนแพลตฟอร์มเดียว
หนึ่งในสาเหตุที่ CX ล้มเหลว คือ ลูกค้าได้รับประสบการณ์ไม่สอดคล้องกันจากแต่ละทีม
- Marketing สื่อสารอีกแบบ
- Sales เข้าใจลูกค้าอีกแบบ
- Service ไม่มีข้อมูลก่อนหน้า
HubSpot ระบุว่า ทีมที่ใช้ CRM และระบบที่เชื่อมต่อกัน มีความมั่นใจในกลยุทธ์ และรับมือกับความคาดหวังของลูกค้าได้ดีกว่าอย่างชัดเจน Customer Platform จึงเข้ามาเป็นแกนกลางของ CX โดย
- รวมข้อมูลลูกค้าจากทุกช่องทาง
- สร้าง Single Customer View
- ทำให้ทุกทีมเห็นลูกค้า “คนเดียวกัน”
- และส่งมอบประสบการณ์ที่ต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนขาย ระหว่างขาย และหลังขาย
KPI ใหม่ที่องค์กรควรใช้วัด Customer Experience
CX ที่ดีต้องวัดผลได้ ไม่ใช่แค่รับฟัง Feedback เชิงคุณภาพ เจ้าของธุรกิจควรเริ่มวัด KPI ที่เชื่อมโยงกับผลลัพธ์จริง เช่น
- Customer Lifetime Value (CLV)
- Retention Rate
- Conversion Rate ในแต่ละ Journey
- First Response Time / Resolution Time
- Net Promoter Score (NPS) เชิงวิเคราะห์
- Revenue จากลูกค้าเดิม
HubSpot ยังชี้ว่า AI สามารถช่วยวิเคราะห์ Feedback, Ticket และ Sentiment ของลูกค้าได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ทำให้ CX ไม่ใช่เรื่องคาดเดาอีกต่อไป
Customer Experience 2026 ต้องขับเคลื่อนด้วยระบบ
Customer Experience ในปี 2026 ไม่ใช่เรื่องของทีมบริการลูกค้าเพียงทีมเดียว แต่คือกลยุทธ์ระดับองค์กร
ธุรกิจที่ได้เปรียบ คือธุรกิจที่
- เชื่อมข้อมูลลูกค้าทั้งองค์กร
- ใช้ Customer Platform เป็นศูนย์กลาง
- และวัด CX ด้วยตัวเลข ไม่ใช่ความรู้สึก
เพราะในโลกที่สินค้าเลียนแบบกันได้ง่าย ประสบการณ์ของลูกค้า คือความแตกต่างที่คู่แข่งตามได้ยากที่สุด
อ้างอิง: HubSpot. (2025). The State of Marketing 2025. Retrieved from https://www.hubspot.com/state-of-marketing
อ่านบทความเพิ่มเติม : Customer experience คืออะไร แล้วสำคัญอย่างไรกับการทำธุรกิจคุณ
ติดต่อเรา
โทร: +66 2-0268918
อีเมล: contact@ourgreen.co.th
เว็บไซต์: ourgreenfish.com









No Comments